จากกรณีพบศพ น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 39 ปี ไฮโซสาวนักธุรกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มหาเกียรติ พร็อพเพอร์ตี้จำกัด ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และขนส่งรายใหญ่ รวมถึงเป็นเจ้าของกิจการปั้มน้ำมันอีก 3 แห่ง ภายในห้องพักเลขที่ 2702 ชั้น 7 โรงแรมกรีนพ้อยท์ เรสซิเด้นท์ ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 19 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. สภาพศพนั่งกับพื้นหน้าฟุบกับขอบเตียง สวมชุดนอนสีเขียว มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่บริเวณขมับขวาจนกะโหลกยุบ ใกล้กันพบไม้เบสบอลเปื้อนเลือดตกอยู่บนเตียง 1 อัน นอกจากนี้ยังพบว่ารถเบนซ์ รุ่นอี 220 สีบรอนซ์ ของผู้ตายถูกคนร้ายขับหลบหนีไป ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนกระทั่งศาลอาญารัชดาได้อนุมัติหมายจับนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา อายุ 33 ปี ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” จนกระทั้งเจ้าหน้าที่พบรถยนต์ของผู้ตายจอกทิ้งไว้ลานจอดรถเอกชน ด่านชายแดนถาวรบ้านผักกาด หมู่ 4 ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ตรงข้ามกรุงไพลิน ประเทศกัมพูชา
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 สิงหาคม นายอำนวย วิชัยโชติ อายุ 67 ปี นายบัณฑิต ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ น้องชายคนสุดท้อง 30 ปี พ่อและน้องชายคนสุดท้อง ของน.ส.ธิติมาผู้เสียชีวิตเดินทางเข้าพบพล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.พสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รอง ผกก.( สอบสวน ) สน.โชคชัย เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม และรับทรัพย์สินของน.ส.ธิติมา กลับคืน
นายบัณฑิตกล่าวว่า วันนี้มารับทรัพย์สิน ของพี่สาวกลับคืนซึ่งมีกระเป๋าสะพาย กุญแจ เอกสารบางส่วนทรัพย์สินที่หายไปเพิ่มเติมมีกำไรทอง แหวนทอง ที่พี่สาวใส่ และเงินสดอีกจำนวน 2 แสนบาท ส่วนจำนวนเงิน 2.7 ล้าน ตนเองก็ไม่ทราบว่ามาจากไหน เพราะที่ห้องพักก็ไม่พบเงินจำนวนดังกล่าวนี้อยู่ด้วย
ด้านพล.ต.ต.ธีระพงษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายสามารถเดินทางเข้าออกฝั่งชายแดนได้อย่างสะดวกโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ ทั้งนี้ได้ประสานกับประเทศเพื่อนบ้านในการติดตามตัวแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี ส่วนจะมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ช่วยเหลือหลบหนีหรือไม่นั้น จากข้อมูลคร่าวๆ ทราบว่าผู้ต้องหาไม่ค่อยได้เดินทางไปบริเวณดังกล่าว อาจจะไม่รู้จักหรือสนิทสนมกับผู้มีอิทธิพลเท่าที่ควร ซึ่งในส่วนนี้หากพบว่ามีการทำเป็นขบวนการสนับสนุนพาผู้ต้องหาหลบหนี หรือให้การช่วยเหลือ ก็จะดำเนินการกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนบุคคลที่ปรากฏในภาพวงจรปิดทั้งในรถและในโรงแรมประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นผู้ใดซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานและเตรียมออกหมายจับเพิ่มเติม ทั้งนี้หากผู้ต้องหามีการขัดขืนขณะจับกุม ทางเราก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที
พล.ต.ต.ธีระพงษ์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่พบรถยนต์ของผู้ตายแล้วยังพบว่ามีทรัพย์สินผู้ตายที่หายไปอีกบางส่วน อาทิ บัตรเอทีเอ็ม กระเป๋าสตางค์ ได้หายไปด้วยในส่วนนี้ทางญาติมีการอายัดเป็นที่เรียบร้อย สำหรับเงินจำนวน 2 แสนที่ผู้ตายมีการถอนออกไปก่อนพบศพนั้นจากการตรวจสอบพบว่าทั้งคู่ได้ไปถอนเงินดังกล่าวด้วยกันและไม่มีทีท่าที่จะเป็นการบังคับให่ไปถอนออกมา ในส่วนของภาพกล้องวงจรปิดที่เปิดเผยจากโรงแรมแห่งหนึ่งในฝั่งกัมพูชา ยืนยันมีคนร้ายปรากฏอยู่ในภาพดังกล่าวแต่บุคคลที่เดินตามหลังยังไม่ขอยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตามทางพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. สั่งให้เร่งรัดติดตามคดีและให้จับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ภายใน 7 วัน
พล.ต.ต.ธีระพงษ์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบการเงินของผู้ตายพบมีการเปิดบัญชีไว้กับธนาคารต่างๆไว้จำนวน 14 บัญชี มีวงเงินนับ 10 ล้านบาท ซึ่งคนร้ายไม่น่าจะทราบว่ามีบัญชีพวกนี้อยู่ด้วย หลังจากนี้จะประสานไปยังธนาคารทั้ง 14 บัญชีให้ตรวจสอบว่ามีการเคลื่อนไหวทางบัญชีหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าหลังจากคนร้ายได้บัตรเอทีเอ็มผู้ตายไปแล้วมีการไปกดเงินออกมาอีกหรือไม่

ต่อมาเวลา 10.00 น. เมื่อเจ้าหน้าที่นำรถยนต์เบนซ์ของผู้ตายมาถึงสน.โชคชัย นายอำนวย และนายบัณฑิต ได้เดินไปตรวจสอบความเรียบร้อยของรถยนต์ ก่อนที่จะมาลงบันทึกประจำวันรับทรัพย์สินลูกสาวกลับ
ด้านพ.ต.อ.สุพล เปิดเผย หลังจากที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บรายนิ้วมือแฝงในรถเบนซ์ รุ่นอี 220 สีบรอนซ์ ของผู้ตายที่คนร้ายขับไปจอดทิ้งไว้ เสร็จสิ้นตำรวจเตรียมนำมาเก็บรักษาไว้ที่สน.โชคชัย เพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตมายืนยัน และเพื่อสะดวกในการตรวจหลักฐานเพิ่มเติม สำหรับภาพวงจรปิดที่ปรากฏในโรงแรมประเทศเพื่อนบ้าน เวลาประมาณ 19.10 น.ในวันที่ 27 กรกฎาคม พบว่าเป็นภาพที่คนร้ายกำลังเดินออกจากโรงแรมซึ่งคนร้ายไม่น่าจะเข้าพักแรมเพราะใช้เวลาอยู่ในโรงแรมเพียง 1 ชั่วโมง ครึ่งเท่านั้น
ขณะที่นายอำนวย ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ตนเห็นนายโก้ครั้งแรกตนได้ประเมินจากสายตาเห็นว่าคนนี้ไม่น่าไว้ใจ การก่อเหตุถือว่าโหดร้ายมากและรับไม่ได้กับการกระทำดังกล่าว จากการสอบถามแม่บ้านของโรงแรมที่พบศพลูกสาวเล่าว่าได้ยินเสียงคล้ายมีการทวงเงิน จึงเชื่อว่าปมสังหารน่าจะมาจากเรื่องเงิน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าตลอดเวลา 1 ปี ที่ผ่านมาคนร้ายยืมเงินผู้ตายไปกี่บาทแล้ว ในส่วนบัญชีทั้ง 14 บัญชีตนก็เพิ่งมาทราบว่ามีบัญชีดังกล่าวอยู่ นั้นหลังจากนี้จะไปดำเนินการอายัดบัญชีทั้งหมดภายในวันนี้ ตนอยากให้คนร้ายเขามอบตัวโดยเร็ว


