ตร.ท่องเที่ยว จับ 3 คนร้ายชาวมองโกลล้วงกระเป๋านทท.เกาหลีใต้ไปซื้อ’IphoneX’ 5 เครื่องได้แล้ว เหลือรอดกลับประเทศไป 2 ราย ย้ำแบนวีซ่าถาวร-เนรเทศ
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ห้องประชุม สน.ปทุมวัน มีการแถลงการจับกุมชาวมองโกเลียแก๊งล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวนำบัตรเครดิตไปรูดซื้อสินค้า รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 220,000 บาท
ซึ่งก่อเหตุตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสช่วงสถานีราชเทวี-ชิดลม ห้างสรรพสินค้าและสถานที่คนพลุกพล่าน
โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ตร.ทท. พ.ต.อ.ภพธร จิตตหมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน ร่วมกับเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าบีทีเอสในการจับกุมผู้ต้องหาชาวมองโกเลียได้จำนวน 3 ราย คือ นายอินเดอร์มา แกนโบ อายุ 31 ปี เข้าไทย 1 ครั้ง นายทีเสดเดนบัล โอยุนโบล อายุ 34 ปี เข้าไทย 2 ครั้ง และนายออคฮินสุเลน บายาไซคาน อายุ 39 ปี เข้าไทย 3 ครั้ง พบของกลางคือเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย ยูโร วอน(เกาหลีใต้) และไทย รวมแล้วมูลค่าราว 1 แสนบาท โดยมีความผิดตามข้อหา ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นเพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระสินค้า บริการโดยมิชอบ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ผู้ร้ายก่อเหตุลักทรัพย์จากผู้เสียหายชาวเกาหลีใต้ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสด 50,000 วอน บัตรเครดิต 4 ใบ และเอกสารส่วนตัว โดยผู้ร้ายได้นำบัตรเครดิตไปซื้อโทรศัพท์ ไอโฟนเอ็กซ์ จำนวน 5 เครื่อง หลังเกิดเหตุได้ติดตามตัวคนร้ายเรื่อยมากระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหารายแรกได้บริเวณสถานีรถไฟฟ้าชิดลม และขยายผลจนตามจับคนร้ายได้อีก 2 คน ซึ่งสืบทราบว่าแก๊งมองโกลมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน เคยเดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง โดยครั้งนี้ได้เดินทางมาพร้อมกัน โดยในวันที่ 18 ก.ค. หลังก่อเหตุคนร้าย 2 รายได้เดินทางกลับประทศมองโกเลียไปพร้อมกับของกลางแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 3 คนกำลังจะเดินทางกลับในวันนี้ แต่เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับได้ก่อน
“ ฝากประชาสัมพันธ์ว่าเราจะสามารถเดินเที่ยวได้อย่างปลอดภัย เราจะไม่พูดวลีสวยๆ ทุกคนเมื่อยื่นวีซ่าเที่ยวต้องเที่ยวจริงๆ สำหรับผู้เสียหายที่ต้องการมาติดตามเอาสิ่งของคืน ให้มาติดต่อที่ผู้กำกับสน.ปทุมวัน หรือสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155”
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เผยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นชาวมองโกล แต่เชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อเหตุในไทยมาแล้วหลายครั้ง ทางด้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจของจีนยังคงประจำการอยู่ในไทย ไม่ยอมกลับประเทศ เพราะเขามีข้อมูลว่า พบชาวจีนจำนวนมากแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในไทย ซึ่งตอนนี้จับได้หลายร้อยรายแล้ว

