เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม จากกรณี นิสิต ชั้น ปี 2 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบเป็นศพ เสียชีวิตที่ลานจอดรถของอาคารคอนโดมิเนียม ย่านสะพานควาย กทม. เบื้องต้นสงสัยเป็นการฆ่าตัวตายนั้น จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ผู้เสียชีวิต เป็นบุตรชายคนเล็กของนายทหาร ยศ พล.ต. โดยอาศัยในห้องพักคอนโดมิเนียมดังกล่าว 3 คน อยู่กับพี่ชายอีก 2 คน ก่อนเกิดเหตุ พี่คนโตไปทำงาน พี่คนกลางอยู่ด้วยกัน แต่ลงไปซื้ออาหาร ก่อนลงไปยังถามน้องชายว่าจะเอาอะไรหรือไม่น้องชายไม่เอาอะไร โดยจำได้ว่าน้องชายอยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้น กระทั่งพี่ชายขึ้นมาที่ห้อง โดยลืมนำกุญแจติดไปด้วย พยายามเรียกน้องให้เปิดห้อง แต่ก็ไม่เปิด ไม่พบน้อง จนเดินมาด้านล่าง พบว่าน้องกลายเป็นศพ ทั้งนี้ญาติและเพื่อนที่มาดูที่เกิดเหตุต่างพูดเสียงเดียวกันว่าผู้เสียชีวิต มีภาวะเครียดเรื่องเรียนและเรื่องที่มหาวิทยาลัย อาจเป็นสาเหตุให้ฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานชี้ชัดให้ความกระจ่างถึงสาเหตุการเสียชีวิต และนำศพส่งชันสูตร ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจแล้ว
มีรายงานว่า อย่างไรก็ตามครอบครัวยังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ บิดาซึ่งเป็นนายทหารกำลังเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อรับศพบุตรชาย
ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สื่อข่าวสอบถามรุ่นพี่ นิสิตชั้นปีที่ 5 ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เผยว่า รู้จักกับรุ่นน้องคนนี้ตอนทำกิจกรรมรับน้องใหม่ ตกใจและเสียใจมากที่ทราบว่ากระโดดตึกเพราะเครียดเรื่องเรียน เนื่องจาก ผู้เสียชีวิตเป็นคนที่ร่างเริงมาก เป็นนิสิตที่ชอบทำกิจกรรม ในกิจกรรมรับน้องใหม่ของคณะ ก็ทำหน้าที่พิธีกร เอนเตอร์เทนรุ่นน้อง ยอมรับว่าการเรียนที่คณะทันตแพทยศาสตร์ ในชั้นปี 1 นั้นการเรียนไม่ยากเท่าไหร่ แต่พอขึ้นชั้นปีที่ 2 การเรียนกจะยากขึ้นมาก
ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นปีที่ 2 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คนหนึ่งเปิดเผยว่า เพื่อนๆในคณะฯ รู้สึกช็อก ทุกคนตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จับกลุ่มกัน กอดกันร้องไห้ด้วยความอาลัย โดยส่วนตัวก็รู้จักและพูดคุยกับผู้เสียชีวิตอยู่บ่อย โดยปกติเพื่อนเป็นคนร่าเริง สนุกสนาน ทำกิจกรรม
“แต่เคยเห็นบางครั้ง ที่แสดงอาการเครียดออกมาในเรื่องเรียน เพราะการเรียนชั้น ปี 2หนักมาก ทำให้เครียดได้ สาเหตุก็น่าจะมาจากเรื่องเรียน ไม่น่าจะมีเรื่องอื่น”เพื่อนร่วมคณะทันตแพทยศาสตร์ กล่าว

