เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 สิงหาคม ร.ต.อ.วิทยา คงทอง รองสว.(สอบสวน)สน.โคกคราม รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ภายในธนาคารกรุงไทย สาขาแม็กซ์แวลู่ นวมินทร์ ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ จึงแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบก่อนไปตรวจสอบพร้อมพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น.พ.ต.อ.คณบดี เลิศอมรศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รอง ผกก.สส.สน.โคกคราม พ.ต.ต.ภาณุพงศ์ จินดาหลวง สว.สส.สน.โคกคราม เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และฝ่ายสืบสวนสน.โคกคราม
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น บริเวณชั้นล่างห้องแรกเปิดเป็นธนาคารกรุงไทย อยู่ติดกับถนนนวมินทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกันคนไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ และติดป้ายปิดให้บริการชั่วคราว และทำการสอบสวนพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดทันที

จากการสอบสวนรปภ. ให้การว่าคนร้ายสวมเสื้อยืดแขนยาวสีขาว แขนสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขายาว สวมหมวกแก๊ปสีฟ้า สะพายกระเป๋าแบบสะพายข้างสีดำ เดินเข้ามาใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์บริเวณเคานท์เตอร์ที่ 3 โดยใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 1 นาที จากนั้นจึงวิ่งออกไป โดยรปภ. ได้วิ่งตามออกไป เห็นคนร้ายกำลังจะขึ้นวินจักรยานยนต์รับจ้าง หลบหนีโดยจะใช้ถนนนวมินทร์ มุ่งหน้าบางกะปิ แต่รปภ. ตะโกนว่าคนร้ายปล้นธนาคาร วินฯ จึงไม่รับ คนร้ายก็วิ่งข้ามถนนไปบริเวณ 4 แยก ก่อนจะขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างอีกคันหลบหนีไปโดยใช้ถนนรัชดา-รามอินทรา มุ่งหน้าแยกสวนน้ำ ถนนประเสริฐมนูกิจ
ด้านพล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นคนร้ายมาคนเดียว เมื่อมาถึงก็เดินตรงไปยังเค้าท์เตอร์ที่ 3 พร้อมถืออาวุธปืนไม่ทราบขนาดกระโดดข้ามเค้าท์เตอร์ไปรื้อค้นหาเงินแต่ไม่พบ จึงหันไปถามพนักงานผู้หญิงว่า “เงินอยู่ไหนวะ มึงอยากตายหรอ” ด้วยความกลัวพนักงานจึงหยิบเงินในลิ้นชักให้ไปจำนวน 184,000 บาท เมื่อได้เงินจึงวิ่งหลบหนีออกจากธนาคารไป เบื้องต้นได้ให้ฝ่ายสืบสวนของสน.โคกคราม ร่วมกับบก.น.2 และฝ่ายสืบสวนบช.น. เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่าคนร้ายถือปืนเข้ามา แล้วได้ตะโกนคำว่าปล้น จากนั้นได้กระโดดข้ามเคาน์เตอร์ธนาคาร เข้ามาฝั่งที่พนักงานธนาคารทำงานอยู่ พร้อมใช้อาวุธปืนขู่ ให้พนักงานเปิดเคาน์เตอร์เงินสดมอบทรัพย์สินให้ หลังจากนั้นเมื่อคนร้ายได้ทรัพย์สิน ก็ได้วิ่งออกจากธนาคาร ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม เรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนีไป
ขณะนี้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บวัตถุพยาน ลายนิ้วมือแฝง ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมกับตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบรูปพรรณคนร้ายว่าตรงกับข้อมูลอาชญากรของใครหรือไม่ และสืบสวนติดตามเจ้าของรถจักรยานยนต์รับจ้างที่คนร้ายได้ใช้หลบหนีมาสอบสวนต่อไป ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นมีทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไป เป็นเงินสดมูลค่า 184,409 บาท
รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว กำชับให้เร่ง สืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นและสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน กำชับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรม โดยการเพิ่มความเข้มงวด วงรอบความถี่ ในการออกตรวจ ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด การตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย โดยเน้นการตรวจค้น จับกุม อาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด บุคคลตามหมายจับ และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ เพื่อลดอาชญากรรมและป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะ ธนาคาร ร้านทอง และห้างสะดวกซื้อ
ทั้งนี้ สำหรับพี่น้องประชาชนท่านใดทราบเบาะแสหรือมีข้อมูลของคนร้าย สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) โทร.1599 หรือ สถานีตำรวจนครบาลโคกคราม โทร. 02-509-0092 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



