เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีกองปราบปรามบุกจับเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตามหมายจับในคดีเงินทอนวัด กระจายกำลังค้นทั่วไทย 10 เป้าหมาย พบว่า 1 ใน 10 มีชื่อนายเจษฎา วงศ์เมฆ เป็นนักธุรกิจ/รับเหมา ของ จ.นครศรีธรรมราช เพียงคนเดียว ทั้งนี้ มีรายงานว่านายเจษฎา วงศ์เมฆ “ลุงทอง” เซียนพระ” มีบ้านพักอยู่ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช มีอาชีพเป็นเซียนพระรายหนึ่ง ที่มีความสัมพันธ์กับพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป ทั้งใน และต่างจังหวัด มีญาติสนิทนามสกุลเดียวกัน เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อยู่ใน พศ.ซึ่งขณะนี้มีรายชื่ออยู่ในเป้าหมายการจับกุมล็อตที่ 4
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการออกหมายจับกุมนายเจษฎาในครั้งนี้ น่าจะเกี่ยวเนื่องกรณีการทุจริตเงินทอนวัดที่เกิดขึ้นใน จ.นครศรีธรรมราช 2 วัด ประกอบด้วย วัดมุขธาราราม และวัดท่าพญา ต.บ้านเพิง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีพระอธิการสง่า ฐานะจาโร เป็นเจ้าอาวาส ส่วนวัดท่าพญา เป็นอีกวัดที่อยู่ห่างจากวัดแรกเพียง 2 กิโลเมตร มีพระครูปัญญาสุทธิคุณ เป็นเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าคณะปกครองสงฆ์ตำบลบ้านเพิง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พระครูปัญญาสุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดมุขธาราราม และพระอธิการสง่า ฐานะจาโร เจ้าอาวาสวัดท่าพญา เคยให้สัมภาษณ์เรื่องเงินทอนว่า ไม่ได้มีความเข้าใจมากนักในเรื่องของขั้นตอนการของบประมาณ แต่จะมีคนเข้ามาติดต่อ และบอกเพียงว่าทาง พศ.มีงบประมาณที่จะให้แต่ละวัดปรับปรุงซ่อมแซมวัด โดยให้วัดเขียนโครงการ ซึ่งคนกลุ่มนี้จะทำหน้าที่เขียนรายละเอียดโครงการ โดยมีเจ้าอาวาสทั้ง 2 วัด ลงนามในเอกสาร จากนั้นไม่นานมีการโอนเงินเข้ามาตามจำนวนที่ขอเป็นหลักล้าน แต่คนกลุ่มนี้แจ้งว่าทางวัดได้เงินจำนวนหลักแสนเท่านั้น ส่วนที่เหลือต้องนำไปแจกจ่ายกับวัดอื่นๆ ทางวัดเชื่อ และยอมถอนเงินจำนวนดังกล่าว โดยให้ส่วนที่เหลือไป
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเจ้าอาวาสวัดทั้ง 2 แห่งว่าทราบหรือไม่ว่า ตำรวจกองปราบฯ ได้เข้าจับนายเจษฎา ได้รับคำตอบว่ายังไม่ทราบ แต่หากเจ้าหน้าที่นำรูปถ่ายมาให้ดู จะบอกได้ว่าเป็นสมาชิกในกลุ่มเงินทอนวัดหรือไม่ พร้อมยืนยันว่ากลุ่มคนดังกล่าวใน จ.นครศรีธรรมราช มีไม่ต่ำกว่า 3 คน

