เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมและครอบครัวยาวีราช นำรถตู้เคลื่อนโลงศพน.ส.นีรกานต์ ยาวีราช หรือ น้องหญิง มาที่ด้านหน้าอาคารกองบัญชาการ เพื่อมาร้องขอความเป็นธรรม ต่อ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ให้ดำเนินการสั่งย้าย พ.ต.อ.ฤทธิ์ ศิริเทพ ผกก.สภ.บางปะอิน ร.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ วงค์ภูผานนท์ รองสว.สอบสวน สภ.บางปะอิน พร้อมทีมพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีออกไปจากพื้นที่ทำงานในจ.พระนครศรีอยุธยา
โดย นายอัจฉริยะ กล่าวว่า แม้จะมีคำสั่งย้ายผู้กำกับสภ.บางปะอิน ไปช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจภูธรจ.อยุธยา แต่ยังมีภาพข่าวให้เห็นว่าผู้กำกับคนดังกล่าวไปร่วมสอบปากคำแพทย์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ทั้งยังเข้าร่วมการประชุมชุดสืบสวนคดีนี้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้ครอบครัวรู้สึกไม่โปร่งใส
นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า วันนี้ไม่ได้มาหาเรื่องในส่วนของคดี แต่มีปัญหากับผกก.สภ.บางปะอินและพวก จึงต้องการร้องเรียนให้ตำรวจภูธรภาค 1 ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว โดยขอให้ระดับภาคเป็นผู้จัดการ ไม่ใช่ระดับจังหวัด พร้อมเผยอีกว่าขณะนี้พยานบุคคลได้ถูกข่มขู่คุกคามจนไม่กบ้าออกจากบ้าน
“มีการติดตามคุกคามพยานหลายรูปแบบ จนพยานไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน และเมื่อวันที่ 29-30 ก.ค. ที่ผ่านมา มีคนมายิงปืนขึ้นฟ้าที่หน้าบ้านของพยานในย่านวังน้อย 3 นัด ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งความอย่างไร เพราะอยู่ในพื้นที่อยุธยา และแม่ของพยานยังเล่าว่า คนที่ยิงปืนสวมเสื้อแจ็กเก๊ตคล้ายพนักงานสอบสวนเดินทางมาด้วยรถกระบะในเวลากลางคืน” นายอัจฉริยะกล่าว
ขณะที่นายสุบิน ยาวิราช พ่อของผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมากกว่าเดิม และยังยืนยันว่าจะไม่เผาศพลูกสาวจนกว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นจริงๆ พร้อมเผยว่า ตนยังมีความกังวลใจในเรื่องของคดี เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากผกก.สภ.บางปะอิน กับพวกยังคงเป็นคณะทำงานในคดีนี้อยู่
อย่างไรก็ตามนายอัจฉริยะ กล่าว ดีใจที่นายอ๊อฟสู้คดี เพราะหากรับสารภาพจะได้รับโทษไม่ร้ายแรง แต่ตอนนี้จะได้รับโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต

