‘บิ๊กฉัตร’ แนะ ‘ครอบครัวไทย’ ปรับตัวให้อยู่กระแสโลกาภิวัตน์ให้ได้

3.08.18 | 14:29 น.

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายพิเศษเรื่อง “สถานการณ์ครอบครัวไทย” ตอนหนึ่งในงาน Thailand Social Expo 2018 จัดโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ว่า ครอบครัวเป็นจุดสำคัญและมีผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ถ้าอยากเห็นสังคมดี ก็ต้องอยู่ที่การสร้างครอบครัวที่เข้มแข็งอบอุ่น ถือเป็นความรับผิดชอบหลักของ พม. ที่ผ่านมา พม.ก็ได้วางแนวทางการพัฒนาสร้างรากฐานครอบครัวที่ดี อย่างไรก็ตาม ในอดีตครอบครัวไทยเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ที่อยู่ร่วมกันหลายรุ่น ทั้งเด็กผู้ใหญ่ผู้สูงอายุ มีการถ่ายทอดความคิด วิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีจากรุ่นสู่รุ่น นำไปสู่การสร้างสังคมที่อบอุ่นเป็นมิตร แต่ปัจจุบันครอบครัวทุกประเทศมีการเปลี่ยนแปลงจากกระแสโลกาภิวัตน์ ความเจริญทางด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม เศรษฐกิจ ค่านิยม ส่งผลให้ครอบครัวเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก เป็นครอบครัวขนาดเล็กที่อยู่เฉพาะพ่อแม่ลูกหรือสามีภรรยาแต่ไม่มีลูก หรือแม้กระทั่งครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวที่เกิดจากการหย่าร้าง ยิ่งในชนบทจะเห็นครอบครัวแหว่งกลางที่ลูกหลานอยู่กับตายาย ส่วนพ่อแม่ไปทำงานหาเงิน ซึ่งข้อมูลจากกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติร่วมกับสภาพัฒน์ได้ศึกษาวิจัยลักษณะครอบครัวไทยระหว่างปี 2530-2556 พบประเทศไทมีครอบครัวขนาดใหญ่อยู่เพียง 1 ใน 3 ที่เหลือเป็นครอบครัวขนาดเล็กและยังเห็นได้ชัดถึงแนวโน้มที่ครอบครัวไทยจะมีขนาดเล็กลงมากขึ้น เนื่องจากผู้ชายผู้หญิงโสดมากขึ้น ครอบครัวก็มีบุตรน้อยลง หรือแม้แต่ครอบครัวที่มีลูก พ่อแม่ก็ส่งลูกไปอยู่ในการดูแลสถานรับเลี้ยงเด็กหรือระบบโรงเรียนตั้งแต่ก่อนวัยเรียน เกิดเป็นปัญหาเรื่องการขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่ ส่งผลไปถึงความสัมพันธ์ของครอบครัวน้อยลง ขณะเดียวกันครอบครัวก็มีความสัมพันธ์กับชุมชนน้อยลง

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีสิ่งดีที่มีให้เห็นถึงค่านิยมความกตัญญูทดแทนคุณ แม้ว่าวัยหนุ่มสาวจะออกไปทำงาน ก็ยังส่งเงินมาจุนเจือครอบครัว ถือเป็นสิ่งดีที่ต้องรักษาไว้ในสังคมไทย ทั้งนี้ เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือต่อต้านกระแสโลกาภิวัตน์ที่ทุกประเทศเผชิญ ฉะนั้น ทำอย่างไรที่ครอบครัวอยู่ร่วมกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงให้ได้ ประยุกต์ตามพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่าหากน้ำมาเยอะต้องป้องกัน หากป้องกันไม่ได้ก็ต้องอยู่กับน้ำให้ได้ ซึ่งรัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเน้นการพัฒนาคนเป็นรากฐานสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งของชุมชน สังคม และครอบครัว