เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 สิงหาคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กลุ่มนักศึกษาได้ตั้งขบวนเดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และเรียกร้องให้มีการเร่งรัดดำเนินคดี ให้เกิดความเป็นธรรมแก่นักศึกษาของสถาบันที่ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บเป็น 8 คดี และมีผู้เสียชีวิต 2 คนตั้งแต่ช่วงปี 2558 จนถึงปัจจุบันโดยไม่มีความคืบหน้าในการตามตัวคนร้ายมาลงโทษ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคดีของนายธนิต ทัฬหสุนทร อายุ 23 ปี หรือเต้ ซึ่งขณะนั้นเป็นศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ก่อนจะถูกแทงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2559 ซึ่งหลังมีคำพิพากษาคดีดังกล่าวให้ผู้ต้องหาพ้นความผิดเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ จึงทำให้นายศุภชัย ทัฬหสุนทร อายุ 52 ปี บิดาของนายเต้กระทำการโดดอาคารศาลอาญาเสียชีวิต
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนักศึกษาได้รวมตัวกันหน้าอาคารเรียน 4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ได้ทำการสวดมนต์และกล่าวคำปฏิญาณประจำสถาบัน ก่อนจะเริ่มออกเดินขบวนจากสถาบัน มุ่งหน้าสู่แยกปทุมวัน ตัดผ่านหน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน และมุ่งหน้าต่อเพื่อเข้าสู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมี พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล เวรอำนวยการรับเรื่องร้องเรียน และรองผู้บังคับการกองวิจัย สำนักงานกองยุทธศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้ประสานการเตรียมรับคำร้องเรียน
โดยตัวแทนกลุ่มนักศึกษากล่าวว่า วันนี้ได้นำหลักฐานเป็นบันทึกประจำวันที่ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกายเพื่อน พี่ น้องร่วมสถาบัน จำนวน 7-8 คดีด้วยกัน ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา โดยเหตุที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมมองว่าทางตำรวจไม่สามารถช่วยทำคดีให้มีความคืบหน้าเพื่อตามตัวคนร้ายได้ ที่ผ่านมาพวกเราก็ร่วมกันหาหลักฐาน เพื่อช่วยแบ่งเบาครอบครัวเหยื่อ จึงอยากให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ช่วยกำชับและสั่งการให้เร่งรัดคดี ขนาดคดียิงกันเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี ไม่มีกล้องยังสามารถจับกุมคนร้ายได้ ถ้าตำรวจยังไม่สามารถจับกุมได้ อาจจะทำให้คนร้ายเหิมเกริมมากขึ้น
“พวกผมเวลาถูกทำร้ายจนบาดเจ็บมักจะถูกมองว่าเรื่องของ 2 สถาบัน โดยเวลามีคดีเกิดเรื่องโดนทำร้ายพวกเราก็มักจะคิดกันไปเองว่าเป็นสถาบันฝั่งตรงข้ามแต่บางทีอาจจะไม่ใช่ ซึ่งถ้าเกิดว่าตำรวจพยายามตามจับตัวคลี่คลายคดีให้กระจ่างและจับตัวคนร้ายตัวจริงมาดำเนินคดี มันก็จะช่วยทำให้เรารู้ความจริง และถ้ามองอีกมุมมันอาจจะช่วยให้เรายอมรับและคลี่คลายความขัดแย้งของทั้งสองสถาบันลงได้ พวกเราไม่ได้อยากโทษว่าตำรวจไม่สนใจแต่แค่ขออย่าปล่อยให้คดีเงียบหายไปเองโดยที่ไม่มีการสืบหาความเป็นจริง”
ตัวแทนนักศึกษากล่าวอีกว่า “ส่วนคดีของพี่เต้ ผมคิดว่ามันคือประเด็นหนึ่งที่อยากจะเรียกร้อง เพราะคดีนี้ส่งผลให้พ่อของเขาต้องจบชีวิตลงไป พวกเราจึงพยายามจะทำสิ่งที่เราคิดว่าเราสามารถทำได้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินการให้ได้รับความเป็นธรรมแก่ครอบครัวของเขา”
ด้านพ.ต.อ.ธนวัตร กล่าวว่า จะทำการแจ้งผลไปยังพื้นที่ที่เกิดเหตุทั้ง 4 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุตามที่ได้ร้องเรียนมาคือ สน.ปทุมวันและสน.ห้วยขวาง โดยจะสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลเข้าไปดูแล ส่วน สภ.สำโรงเหนือ และ สภ.ปากน้ำ จว.สมุทรปราการ จะให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นผู้ดูแลซึ่งจะให้ติดตามและทำสรุปส่งมาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเหตุที่มาร้องวันนี้มีอยู่ 3 พื้นที่ใหญ่ๆด้วยกันคือ พื้นที่สมุทรปราการ พื้นที่ปทุมวันและพื้นที่ห้วยขวาง
“เราจะดูแลเรื่องรายละเอียดต่างๆให้ ขอให้ทุกคนสบายใจ และคงต้องขอให้เวลาแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติสักหน่อย ที่จะดำเนินการตามคำเรียกร้อง ส่วนที่บอกว่าเราไม่สนใจคดีการตีกันของเด็กนักศึกษาจากทั้งสองสถาบันขอบอกว่า ไม่เป็นความจริง เพราะต้องขอย้ำว่าเรื่องนักเรียนตีกันเป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรี และผบ.ตร. นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว”พ.ต.อ.ธนวัตร กล่าว


