จากกรณีพบศพ น.ส.ธิติมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ หรือเชอรี่ อายุ 39 ปี ไฮโซสาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เสียชีวิตในโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยสภาพศพนั่งฟุบหน้าเข้าขอบเตียง ซึ่งเกิดเหตุในพื้นที่ สน.โชคชัย ภายหลังทราบตัวคนร้ายและได้ออกหมายจับนายอัศยา ชัยภา หรือโก้ อายุ 33 ปี คนสนิทผู้เสียชีวิต ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ สน.โชคชัย นายดำ (นามสมมุติ) อดีตพ่อตานายอัศยา พร้อมด้วย น.ส.แก้ว (นามสมมุติ) อดีตภรรยานายอัศยา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย โดยนายดำพูดสั้นๆ ว่า เป็นอดีตพ่อตาของคนร้าย และไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ ทั้งสิ้น หากคนร้ายดูข่าวนี้อยู่ ขอให้เข้ามามอบตัวโดยด่วน เพราะสงสารครอบครัวของผู้ตาย
ด้าน น.ส.แก้วเปิดเผยว่า ตนเป็นอดีตภรรยาของคนร้ายจริง ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีปากเสียงกันเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับลงไม้ลงมือกัน ก่อนจะเลิกรากันไปประมาณ 1 ปี เพราะคนร้ายมีคนอื่น หลังจากนั้นก็ติดต่อกันเรื่องลูกเท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขอไม่ตอบ เนื่องจากให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว และผู้ตายเองก็ทราบว่าตนเป็นภรรยาเก่าคนร้าย ที่เคยอยู่กินกันมา แต่ก็ยืนยันที่จะคบกัน ตนจึงถอยออกมา ส่วนเรื่องการพนันนั้นไม่ทราบ เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันคนร้ายไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนั้น หากคนร้ายยังติดตามข่าวนี้อยู่ ขอให้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ เพราะตนยังอยากให้คนร้ายมีชีวิตอยู่ และยืนยันว่าจะพาลูกไปเยี่ยมแน่นอน
ด้าน พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เปิดเผยว่า ถ้าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ก็ขอให้มอบตัว เพราะขณะนี้ทางชายแดนมีการตั้งเงินรางวัลในการนำจับ 50,000 บาทแล้ว ส่วนทรัพย์สินที่หายไปทั้งหมด ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่วนญาติของผู้ตายจะเข้ามามอบพยานหลักฐานชิ้นใหม่หรือไม่นั้น ก็จะต้องตกลงกันอีกที เพราะญาติแจ้งว่าติดเรื่องฌาปนกิจในวันอาทิตย์นี้ และหากภรรยาเก่าของคนร้ายมีการกดเงินมาใช้ ก็อาจจะต้องถูกดำเนินคดีไปด้วย ซึ่งจากการสอบถามภรรยาของคนร้าย ทราบว่าคนร้ายติดต่อมาในวันที่ 27 กรกฎาคมโดยบอกให้ดูแลลูกด้วย จึงเกรงว่าจะเครียดจนทำร้ายตัวเอง
ส่วนน้องชายของคนร้ายนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกให้มาพบภายในวันนี้แล้ว หากไม่มาก็จะมีการดำเนินคดี และหากพบว่าการก่อเหตุเช่นนี้กระทำเป็นขบวนการก็จะออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป แต่ขอยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอน
ขณะเดียวกันนายบัณฑิต และนายพิพัฒน์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ น้องชาย น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง โดยนายบัณฑิตนำเอกสารมาให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม เป็นหลักฐานที่เชื่อว่ามีผู้ก่อเหตุเป็นขบวนการ หลังจากที่เมื่อวานไปอายัติบัญชีธนาคารของผู้ตายแล้ว พร้อมให้ตรวจสอบว่ามีการเคลื่อนไหวทางบัญชีหรือไม่ หลังจากเสียชีวิต เนื่องจากทราบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีบริษัท เข้าบัญชีนายโก้หลายครั้งรวมหลายแสนบาท
รายงานข่าวแจ้งว่า คนร้ายได้ย้ายออกจากที่พักในโรงแรมกัมพูชาแล้ว ส่วนชายนิรนามที่เดินตามคนร้ายนั้น คาดว่าเป็นน้องชาย แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อออกหมายเรียกต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนประเด็นอีกประเด็นที่ทำให้ น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ถูกนายโก้ ฆ่าตาย คือวันที่ 27 กรกฎาคม หลังคนตายเบิกเงินจากธนาคารกรุงไทยสาขาวังหิน จำนวน 2 แสนกว่าบาท โดยนายโก้ยืนอยู่ด้วย จากนั้น ผู้ตาย ทราบว่านายโก้ได้นำรถฟอร์ดไปให้เมียเก่านายโก้ใช้ ทำให้คนตายมีปากเสียงกับนายโก้ ก่อนจะมีปากเสียงกันรุนแรง จนทำให้นายโก้ฆ่าแล้วหลบหนีไป

