ไทยประสานตร.เขมรล่า’โก้’ 1แสนรางวัลนำจับ เมียเก่าเผยพูดสั่งเสีย’เลี้ยงลูกได้มั้ย’

4.08.18 | 14:17 น.

จากกรณี น.ส.ธิติมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ หรือ เชอรี่ นักธุรกิจสาว ถูกพบว่าเสียชีวิตบนเตียงภายในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งสภาพศพมีร่องรอยการตีจนกระโหลกศีรษะยุบ ซึ่งพบไม้เบสบอลอยู่ใกล้กับผู้ตาย ต่อมาทราบตัวผู้ก่อเหตุคือนายอัศยา ชัยภา หรือ โก้ แฟนหนุ่ม ซึ่งขับรถเบนซ์ของผู้ตายหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านเมื่อสัปดาห์ก่อน


เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการติดตามตัวคนร้ายที่คาดว่าลงมือก่อเหตุด้วยตัวคนเดียว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยก็ได้ประสานความร่วมมือ โดยให้ข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา พร้อมตั้งรางวัลนำจับสูงถึงหลักแสนบาท ส่วนพยานหลักฐานนั้นก็มีอยู่ในมือแล้ว แต่ยังต้องรอผลพิสูจน์ออกมายืนยันความชัดเจนอีก 10-15วัน

ส่วนบุคคลจากภาพวงจรปิดที่คาดว่าเป็นน้องชายของนายโก้ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ กล่าวแม้ว่าอาจจะไม่ได้ร่วมก่อเหตุด้วย แต่ก็มีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจให้การสนับสนุนคนร้ายด้วยหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกไปเรียกตัวครั้งแรกไปแล้ว ซึ่งตอนนี้ยังไม่มารายงานตัว ไม่ทราบว่าเจ้าตัวรับรู้หรือไม่ว่าถูกหมายเรียก หากมีหมายเรียกครั้งที่สองแล้วยังไม่มารายงานตัวก็จะออกหมายจับ

เมื่อถามว่าทำไม น.ส.รุจี ภรรยาเก่านายโก้ จึงยืมรถของผู้ตายมาใช้ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ทราบว่า น.ส.รุจี ได้ให้การกับตำรวจว่า รถฮอนด้าแจ๊สที่ตัวเองใช้เป็นประจำได้ประสบอุบัติเหตุต้องนำไปซ่อม ทำให้ไม่มีรถไปใช้รับส่งลูก นายโก้จึงไปนำรถของผู้ตายมาให้ใช้ ซึ่งประเด็นนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นายโก้ทะเลาะกับ น.ส.เชอร์รี่ มาแล้ว ซึ่ง น.ส.รุจี กล่าวว่า นายโก้เคยพูดในทำนองสั่งเสียว่า หากไม่อยู่จะเลี้ยงลูกได้มั้ย

Advertisement

รายงานแจ้งเข้ามาว่า น.ส.เชอร์รี่เป็นคนจัดการกับบัญชีเพียงคนเดียว แม้แต่นายโก้ หรือคนในครอบครัวของผู้ตายก็ไม่รู้ความเคลื่อนไหวต่างๆ อาจมีการปรับแต่งตัวเลขในบัญชีซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนทำธุรกิจ ที่นำเงินจากแห่งหนึ่งไปอีกแห่ง อย่างไรก็ตามยังไม่มีความชัดเจนว่านายโก้ได้ยักยอกเงินออกไปจากบัญชีของผู้ตาย และไม่พบว่านายโก้มีหลักฐานของการพนัน มีเพียงแต่หลักฐานการเล่นหุ้น