เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นคำร้องต่อศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีที่มีขบวนการหลอกลวงประชาชนโดยคนไทยด้วยกันเองกว่า 200 คน โดยมีบุคคลชื่อปริม อ้างตัวเป็นดอกเตอร์เป็นหัวหน้ากลุ่ม ชักจูงให้คนโอนเงินในโครงการต่างๆ เพื่อรับผลตอบแทนที่สูงเกินจริง ทั้งนี้ตนจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับทีมงานของพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท.
นายอัจฉริยะกล่าวว่า โครงการที่ขบวนการนี้แอบอ้าง มีชื่อว่าโครงการรากหญ้า โครงการฉางฟง และยังอ้างหน่วยงานรัฐบาลเช่นกระทรวงกลาโหม ธนาคารแห่งประเทศไทย ไปจนถึงแอบอ้างสถาบัน
นายอัจฉริยะ กล่าวถึงวิธีการทำงานของขบวนการต้มตุ๋นนี้ว่ามีลักษณะเหมือนการแชร์ลูกโซ่ แต่ทำกันผ่านไลน์กลุ่ม กระจายเป็นภูมิภาค มี 20 กว่ากลุ่ม โดยจะให้จ่ายเงินเพื่อเข้าร่วมโครงการต่างๆ กำหนดขั้นต่ำสุดหลักพันบาทรับผลตอบแทนกลับหลักหมื่น บางรายถูกหลอกว่าจ่ายเงินหมื่นจะได้คืนถึงหลักแสนหรือล้าน นอกจากนี้ยังต้องส่งเอกสารหน้าบัตรประชาชน หน้าสมุดบัญชี สำเนาทะเบียนบ้านโดยไม่เซ็นชื่อกำกับเพื่อเข้าร่วมโครงการซึ่งก็มีผู้หลงเชื่อ รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 3 พันล้านบาท
“หัวหน้าขบวนการเคยก่อคดีฉ้อโกงในปี 2556 และ 2557มาแล้ว ตอนนี้เป็นดร.กำมะลอใช้ชื่อนามสกุลจริง ซื้อวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ ซื้อรางวัลในเมืองไทยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง พอมีคนโวยวายไม่ได้เงินก็ลบออกจากกลุ่ม ไม่เคยมีคนได้เงินจริงๆ ผู้เสียหายบางคนสูญเงินไม่กี่พันก็อาศัยช่องโหว่กฎหมาย เพราะเจ้าหน้าที่จะไม่รับแจ้งความ เขาทำมากันเป็นปีกว่าแล้ว โดยหลอกกันทีละโปรเจค เหยื่อส่วนมากเป็นคนแก่ ข้าราชการเกษียณอายุ สะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศ อยากให้รัฐบาลลงมาดูแลตรงนี้”
นายอัจฉริยะกล่าวต่ออีกว่า ข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายจะถูกนำไปขายให้กับขบวนการมิจฉาชีพต่างๆ เช่นแก๊งคอลเซนเตอร์ หรือไปใช้ซื้อสินค้า แฮกข้อมูล สร้างความเสียหายให้กับความมั่นคงของประเทศ

