ลุ้น! 6ส.ค. ตั้งรองปธ.ศาลฎีกา-ปธ.แผนกคดี กระแสร้องเรียนอื้อ เลขาฯศาลยันก.ต.พิจารณารอบด้าน

4.08.18 | 20:32 น.
นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม (แฟ้มภาพ)

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 6 สิงหาคม จะมีการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 13/2561 ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ดังกล่าวที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการในวาระของวันที่ 1 ตุลาคม 2561 ซึ่งในวาระก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมเป็นครั้งที่12/2561ได้มีการพิจารณาไปเเล้ว 3 บัญชี ประกอบด้วยบัญชีผู้พิพากษาอาวุโสสับเปลี่ยนตำแหน่ง 51 ราย บัญชีแต่งตั้งผู้พิพากษาอาวุโส 86 ราย และบัญชีสับเปลี่ยนตำแหน่ง 1 รายซึ่งได้นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย รองประธานศาลฎีกา ขึ้นเป็นว่าที่ประธานศาลอุทธรณ์ ซึ่งทุกตำเเหน่งจะมีผลในวันที่1ตุลาคม

โดยมีรายงานว่าในวันที่ 6 สิงหาคมจะมีการพิจารณาในบัญชีสับเปลี่ยนตำเเหน่งตำเเหน่งระดับสูงในระดับรองประธานศาลฎีกาใหม่เเละระดับประธานเเผนกคดีในศาลฎีกา เเละเเต่งตั้งระดับประธานเเผนกใหม่ขึ้นมาทดเเทนตำเเหน่งผู้บริหารที่ไปเป็นผู้พิพากษาอาวุโส

รายงานข่าวจากศาลยุติธรรมยังระบุถึงประเด็นที่น่าสนใจว่า ในบัญชีเปลี่ยนตำเเหน่งดังกล่าวจะมีบัญชีสับเปลี่ยนผู้พิพากษาระดับระดับสูงในศาลฎีกาที่จากเดิมได้มีการเลื่อนการพิจารณาเฉพาะบัญชีดังกล่าวมาตั้งเเต่ครั้งวันที่ 20 กรกฎาคมเนื่องจาก มีประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในการดำรงตำเเหน่งระดับสูงมากตำเเหน่งหนึ่งที่มีปัญหา เนื่องจากมีการร้องเรียนผู้พิพากษาที่จะได้รับเเต่งตั้งบุคคลหนึ่งที่มีปัญหาเกี่ยวข้องในด้านความเหมาะสมเเละจริยธรรมที่จะต้องพิจารณาว่ามีความเหมาะสมเเละจริยธรรมอันสมควรที่จะดำรงตำเเหน่งระดับสูงในศาลฎีกาหรือไม่

ข่าวแจ้งว่า ผู้พิพากษาคนดังกล่าวได้ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการเเทรกเเซงการทำงานของศาลชั้นต้น เเละข่าวดังกล่าวได้เเพร่สะพัดไปยังกลุ่มของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นเป็นวงกว้างจนมีการร้องเรียนไปยังผู้บริหารระดับสูงของศาลยุติธรรม เเละ ก.ต. และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้น ซึ่งขณะนี้การสอบสวนข้อเท็จจริงอยู่ระหว่างดำเนินการ

เรื่องนี้มีการวิจารณ์ในหมู่ผู้พิพากษาทั้งสามชั้นศาล เพราะหากการสอบสวนชี้ชัดว่ามีการกระทำผิดวินัย ก็จะเกิดความเสียหายต่อการเสนอรายชื่อเพื่อดำเนินการต่อไป จึงเป็นที่จับตาว่าผลการประชุม ก.ต.ครั้งที่ 13 ในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ จะออกมาอย่างไร

Advertisement

เเหล่งข่าวผู้พิพากษาระดับสูงในศาลยุติธรรม ยังระบุว่า หากบุคคลดังกล่าวผ่านการพิจารณาจากการประชุม ก.ต.อาจมีการเคลื่อนไหวของทั้งสามชั้นศาล

“ผู้พิพากษามีศักดิ์ศรี ไม่ยอมเเม้จะมีตำเเหน่งใหญ่โตกว่ เขามีอิสระในการทำงานจะไปสั่งเขาไม่ได้ เขาไม่ยอม เรื่องนี้ก็ก่อให้เกิดเเรงกระเพื่อมในผู้พิพากษาทั่วประเทศ เราอยากให้ ก.ต.เรามีอิสระที่เเท้จริง เพราะเป็นสิ่งที่เรายึดมั่นเเละสู้เพื่อป้องกันการเเทรกเเซงจากข้างนอกด้วย”เเหล่งข่าวผู้พิพากษาระดับสูงในศาลยุติธรรมกล่าว

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ตอบคำถามกรณีดังกล่าวว่า ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบการดำรงตำแหน่งใดๆ ที่ประชุม ก.ต.ชุดใหญ่ทั้ง 15 คน ที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน จะพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน และหากมีข้อมูลใดหรือการร้องเรียนใดที่เป็นผลร้ายต่อผู้พิพากษาที่จะพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนั้น ตามระเบียบฯ ก.ต.ก็จะให้โอกาสบุคคลนั้นชี้แจง อย่างไรก็ดียังไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่เบื้องต้นมีเสนอข้อมูลมาตามลำดับชั้น ซึ่งกรณีดังกล่าวในวันที่ 6 สิงหาคม การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายจะเป็นอย่างไรต้องรอผลการประชุม โดย ก.ต.ทั้ง 15 คนเป็นผู้พิจารณาพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ ในชั้นอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) ที่ตรวจสอบความเหมาะสมของผู้จะขึ้นดำรงตำแหน่ง เพื่อจะทำบัญชีรายชื่อเสนอให้ ก.ต.ชุดใหญ่ 15 คนพิจารณาและลงมติเห็นชอบในวันที่ 6 สิงหาคม มีผู้พิพากษาคนหนึ่งในบัญชี อ.ก.ต.ได้รับเสียงไม่เป็นเอกฉันท์ โดยเสียงข้างมาก 13 เสียงให้ผ่าน แต่มีเสียงข้างน้อย 6 เสียงเห็นว่าไม่ผ่านความเหมาะสม จากที่มีคู่ความร้องเรียนผู้พิพากษาคนนั้นมีปัญหาความเหมาะสม กระทั่งมีการเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้พิพากษาคนดังกล่าวที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ ในปี 2561 นี้ ไปยังผู้บริหารศาลยุติธรรมตามลำดับชั้นแล้ว ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง