เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะรับผิดชอบหน่วยงานระบายน้ำ กทม. เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า สำหรับปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันได้รับรายงานว่าอยู่ในระดับปกติเช่นเดียวกับปริมาณน้ำในพื้นที่ภาคกลาง แต่บริเวณทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ น้ำมีค่อนข้างมาก ส่วนที่มีข้อกังวลว่าปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีจำนวนมาก และจะเอ่อล้นเข้าพื้นที่ตามจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ หรือไม่นั้น ขณะนี้ กทม.ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบในช่วงนี้ เนื่องจากเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หากน้ำเอ่อล้นก็จะกระทบทางภาคตะวันตก ปริมาณน้ำจะไหลลงออกสู่ทางภาคใต้และฝั่งตะวันตก ส่วนเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ที่มีปริมาณน้ำเริ่มวิกฤต น้ำจะไหลออกสู่แม่น้ำโขง จึงคลายความกังวลให้ กทม.ได้ระดับหนึ่ง
นายสมพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ กทม.ติดตามข้อมูลน้ำ พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีคณะกรรมการติดตามเรื่องระดับน้ำประสานข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทาน อีกทั้ง คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีการประชุมติดตามเรื่องน้ำทุกวันจันทร์ ส่วนข้อมูลระดับน้ำตามเขื่อนต่างๆ กทม.ได้ติดตามตัวเลข ซึ่งจังหวัดที่จะได้รับผลกระทบอาจเป็นโซนพื้นที่ของ จ.นครสวรรค์ และ จ.ชัยนาท แต่เพื่อความไม่ประมาท กทม.ก็จำเป็นต้องเฝ้าระวังด้วย อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปีนี้ สิ่งหนึ่งที่ กทม.กังวลคือ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์จะมีร่องมรสุมในพื้นที่กรุงเทพฯ หรืออาจกล่าวได้ว่า ปลายปีนี้อาจมีฝนตกมาก แต่ทั้งนี้ก็ต้องประเมินสถานการณ์ว่าร่องมรสุมนั้นกระทบต่อกรุงเทพฯ มากน้อยเพียงใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากน้ำในเขื่อนยังคงมีปริมาณสูงขึ้นเช่นนี้ตลอดทั้งปีและมีฝนตกหนักมากช่วงปลายปีจะเกิดอะไรขึ้น นายสมพงษ์กล่าวว่า โดยปกติจะมีคณะกรรมการชุดใหญ่ที่ติดตามและบริหารจัดการน้ำในเขื่อนต่างๆ ซึ่ง กทม.ก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคณะกรรมการชุดดังกล่าวด้วย เชื่อว่าจะสามารถบริหารระดับน้ำในเขื่อนและระบายน้ำออกสู่พื้นที่ต่างๆ ได้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองสารสนเทศระบายน้ำ สำนักการระบายน้ำ กทม. รายงานสถานการณ์น้ำปัจจุบันว่า การพยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 4-9 สิงหาคม จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนปริมาณฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ รอบ 24 ชั่วโมง มีฝนเล็กน้อยที่คลองสิบสอง ตอนถนนประชาสำราญ เขตหนองจอก วัดได้ 1.5 มิลลิเมตร (มม.) และคลองเก้า ตอนวัดศรีสุขสถาพร เขตคลองสามวา 0.5 มม. ส่วนปริมาณฝนสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม- วันที่ 4 สิงหาคม 915.5 มม.มากกว่าค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 8.5 เฉลี่ยฝน 27 ปี 843.8 มม. ส่วนระดับน้ำพื้นที่กรุงเทพฯ ภายนอกคันป้องกันน้ำทุกจุดมีระดับน้ำปกติ ได้แก่ 1.คลองสองสายใต้ ระดับน้ำเมื่อเวลา 07.00 น. สูงกว่า 0.80 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ส่วนระดับวิกฤตคือมากกว่า 1.80 ม.รทก. 2.คลองแสนแสบ เขตมีนบุรี มากกว่า 0.39 ม.รทก. จากระดับวิกฤต มากกว่า 0.90 ม.รทก. และ 3.คลองประเวศบุรีรมย์ เขตลาดกระบัง มากกว่า 0.10 ม.รทก. จากระดับวิกฤต มากกว่า 0.60 ม.รทก. เช่นเดียวกับระดับน้ำภายในคันป้องกันน้ำท่วม ขณะที่ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม วัดที่ปากคลองตลาดสูงสุด เวลา 22.00 น.ระดับน้ำมากกว่า 1.05 ม.รทก.ต่ำกว่าคันกั้นน้ำช่วงที่ต่ำที่สุดคือ 1.95 เมตร อยู่ในระดับปกติ

