เผาศพ ‘ไฮโซเชอรี่’ วันนี้ ตำรวจขอเวลาพ่อ 7 วัน ‘จับโก้’ ให้เวลาน้องชายมาตามหมายเรียก ฮึ่ม!หมายจับโทษหนัก

5.08.18 | 17:25 น.

จากกรณีน.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 39 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัทมหาเกียรติ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และขนส่งรายใหญ่ ถูกคนร้ายลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตในพื้นที่ สน.โชคชัย ก่อนทางพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา อายุ 33 ปี คนสนิท ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ซึ่งขณะนี้ยังคงหลบหนีโดยเชื่อว่าไปยังประเทศกัมพูชา 

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 5 สิงหาคม ที่เมรุวัดบางบัว ผู้สื่อข่าวรายงายว่า ครอบครัวตั้งวิบูลย์พาณิชย์ ร่วมกันจัดเตรียมพิธีงานฌาปนกิจศพน.ส.ธิติมา โดยมีแขกเหรื่อผู้มีเกียรติต่างเดินทางเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมากท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าสลด ก่อนจะมีการจัดพิธีฌาปนกิจศพในเวลา 17.00 น.

ด้านนายอำนวย วิชัยโชติ อายุ 67 ปี บิดา น.ส.ธิติมา กล่าวว่า ขณะนี้ได้ปรึกษาเรื่องคดีความกับทางพล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เป็นที่เรียบร้อยโดยได้ข้อมูลว่า ทางเจ้าหน้าที่ขอเวลาทำงานในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุเป็นระยะเวลา 7 วัน นอกจากนี้ภายหลังจากงานฌาปนกิจศพจนเสร็จสิ้นทางญาติอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือว่าจะนำอัฐิไปลอยอังคารในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนนำไปไว้ที่วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ ซึ่งเป็นวัดจีนในจังหวัดกาญจนบุรีต่อไป

ด้านนางธันย์วรา เลิศรัตน์อังกูร อายุ 63 ปี ประธานสหกรณ์เคหสถานเพื่อที่อยู่อาศัยจำกัด กล่าวว่าหากตำรวจยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ในวันที่ 8 สิงหาคม จะรวมตัวชาวบ้านประมาณ 100 คน ไปสน.โชคชัย เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอีกทางหนึ่ง

ด้านพ.ต.ท.พสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รองผกก.(สอบสวน) สน.โชคชัย เปิดเผยว่าขณะนี้ได้ออกหมายเรียกนายอนุวัฒน์ ชัยภา อายุ 32 ปี น้องชายคนร้าย ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม ให้มาพบพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 12 สิงหาคม หากยังไม่เข้ามาพบ จะทำการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากยังไม่เข้ามาพบจะออกหมายจับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189 ข้อหา “ช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Advertisement