ยอมรับว่าแค่ได้ยินคำว่า “อาณาจักรละโว้” ลพบุรี ก็น่าลุ่มหลงชวนให้ค้นคว้าย้อนหลังไปได้เกือบพันปี
ยิ่งถ้ามีหลักฐานถึงความเจริญรุ่งเรืองในลำดับต่อๆ มา ไม่ว่าจะเป็นสมัยที่พระเจ้าอู่ทองเคยครองราชย์ที่นี่ หรือใน “ยุคทอง” สมัยที่พระนารายณ์สถาปนาให้เป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 กระทั่งถึงยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ปลุกปั้นขึ้นมาด้วยการวางผังเมืองใหม่ จัดเป็น “ศูนย์กลางทางด้านการทหาร” เป็นที่ตั้งของหน่วยรบกว่า 10 หน่วย อาทิ กองบัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หน่วยรบพิเศษ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ศูนย์การบินทหารบก นั่นแสดงให้เห็นว่าชัยภูมิแห่งนี้ไม่ธรรมดา
กล่าวในแง่ภูมิศาสตร์ ลพบุรีเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางของประเทศไทย อยู่ในยุทธภูมิที่สูงกว่าพระนครศรีอยุธยา และล้อมรอบด้วยเมืองบริวารที่เป็น “ด่านหน้า” เช่น ถ้าข้าศึกมาทางเหนือก็ต้องผ่านนครสวรรค์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ มาทางตะวันตก ก็ต้องผ่านอุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ด้านตะวันออกมี ชัยภูมิ นครราชสีมา ส่วนทางใต้มี ราชบุรี เพชรบุรี เป็นกันชน
ชัยภูมิลพบุรีเหมาะกับการทหาร แต่ความเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยภูมิหลังทางประวัติศาสตร์อันยาวนานนั้นควรแก่การจัดทำข้อมูลให้เป็นระบบ พร้อมกับทำนุบำรุงพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
ข้อนี้เห็นได้จากภายหลังละครโทรทัศน์เรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ออกเผยแพร่ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชถูกปลุกให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งผู้คนก็พากันไปเที่ยวชมโบราณสถานสำคัญที่ยังคงเหลืออยู่ เช่น วังพระนารายณ์ และ “บ้านวิชาเยนทร์-บ้านหลวงรับราชทูต” ที่หัวถนนฝรั่งเศส
แต่ขณะที่นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเรียนรู้และชื่นชมกับเรื่องราว ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์นั้น ที่น่าผิดหวังก็คือ รอบรั้วกำแพงอันตระหง่านของวังพระนารายณ์ โดยเฉพาะทางด้านฝั่งถนนราชดำเนินนั้นแสนโสโครก
ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยเศษกระดาษ เศษอาหาร ขยะพลาสติก ช้อน หลอดดูดน้ำ ถุงพลาสติก ก้นบุหรี่ ซองบรรจุน้ำปลา ฝาโซดา เศษแก้ว ขวดพลาสติก ฯลฯ
ต้นไม้รอบวังยังเป็นที่แขวนไว้ซึ่งถุงพลาสติก ระโยงระยางไปด้วยพวงมาลัยที่เหี่ยวเฉาส่งกลิ่นเหม็น อิฐหินถูกทิ้งเรี่ยราดเหมือนเศษซากของเมืองร้าง
“การจัดระเบียบ” กับ “ความสะอาด” น่าจะเป็นเรื่องกล้วยๆ แต่ไม่มีใครคิดที่จะทำ !?!!

