เมื่อจับได้มีหลักฐานชัดเจนว่าคุณจำนูญกระทำการเป็นชู้กับภริยาของเขาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม
วันที่ 25 กรกฎาคม คุณโผงยื่นหนังสือถึงคุณจำนูญบอกกล่าวให้ชดใช้ค่าเสียหายมา ทั้งแจ้งว่าไม่เช่นนั้นจะฟ้องคดีให้ศาลบังคับชดใช้ค่าเสียหาย
แต่คุณจำนูญไม่ยอมจ่าย คุณโผงจึงยื่นฟ้องคุณจำนูญเป็นคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย
วันที่ 3 สิงหาคม ก่อนศาลจะมีคำพิพากษา คุณจำนูญโอนที่ดิน 2 แปลงให้บุตรไป
วันที่ 10 พฤศจิกายน ศาลในคดีแพ่งพิพากษาให้คุณจำนูญชำระค่าเสียหายแก่คุณโผง 100,000 บาท
คุณโผงมาฟ้องคุณจำนูญอีกคดีเป็นคดีอาญาว่า คุณจำนูญกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 คือ โกงเจ้าหนี้
ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของคุณโผงแล้ว เห็นว่าฟ้องไม่มีมูลให้ยกฟ้อง
คุณโผงอุทธรณ์
ศาลชั้นอุทธรณ์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
คุณจำนูญปฏิเสธต่อสู้คดี ว่าขณะโอนที่ดินยังไม่ได้เป็นหนี้ ด้วยศาลยังไม่ได้พิพากษาคดีให้ชำระ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คุณจำนูญมีความผิดตามมาตรา 350 จำคุก 3 เดือน
คุณจำนูญอุทธรณ์
ศาลชั้นอุทธรณ์พิพากษายืน
คุณจำนูญฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จากบทบัญญัติของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า เจ้าหนี้ที่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาในความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ มิได้หมายถึงเฉพาะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น หากแต่ยังมีความหมายรวมถึงเจ้าหนี้อื่นซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิฟ้องให้ชำระหนี้ด้วย
ทั้งนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง บัญญัติว่า “สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้…” แสดงว่าสภาพความเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้ระหว่างคุณโผงกับคุณจำนูญเกิดขึ้นทันทีที่คุณจำนูญเป็นชู้กับภริยาคุณโผง
ส่วนคำพิพากษาของศาลที่บังคับให้มีการชดใช้ค่าทดแทนกันมิได้ก่อให้เกิดหนี้ระหว่างคุณโผงและคุณจำนูญ แต่เป็นการบังคับความรับผิดแห่งหนี้ที่มีต่อกัน กรณีถือได้ว่าคุณโผงฐานะเจ้าหนี้ที่มีอำนาจฟ้องคุณจำนูญแล้ว การกระทำของคุณจำนูญจึงครบองค์ประกอบความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350
พิพากษายืน
คุณจำนูญหงอยไปเลย
(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8774/ 2550)
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 350 ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงก็ดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1523 วรรคสอง
สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้
โอภาส เพ็งเจริญ
[email protected]

