เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ห้องประชุมและวางแผน (วอร์รูม) ศาลาว่าการ กทม.2 (ดินแดง) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงผลประชุมคณะผู้บริหาร กทม. เรื่อง สถานการณ์น้ำเหนือและแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อเตรียมความพร้อมว่า ล่าสุดมอบหมายให้สำนักการระบายน้ำ กทม.เตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำชนิดเครื่องยนต์ดีเซล โดยให้เร่งซ่อมแซมให้ใช้งานได้ทุกเครื่องเพื่อเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินและกรณีเครื่องสูบน้ำชนิดไฟฟ้าไม่สามารถใช้การได้ในขณะไฟฟ้าดับ ขณะเดียวกันกำชับให้สำนักการระบายน้ำ กทม.ติดตามข้อมูลการปล่อยน้ำมายังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท และสถานีวัดน้ำบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อคาดการณ์มวลน้ำที่จะเข้ามายังเขตกรุงเทพมหานคร โดยปกติมวลน้ำหลักจากภาคเหนือจะไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นเขื่อนขนาดเล็ก หากมีปริมาณน้ำมากถึงจะพร่องน้ำลงมายัง จ.สระบุรี ผ่าน จ.ลพบุรี และไหลมารวมกันที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันภาพรวมสถานการณ์ 3 เขื่อนยังปกติ ไม่น่าห่วง โดย กทม.ยังได้ประสานกับกรมอุทกศาสตร์ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรมอุตุนิยมวิทยา และจังหวัดปริมณฑล ติดตามข้อมูลการปล่อยน้ำอย่างใกล้ชิด

พล.ต.อ.อัศวินแถลงอีกว่า สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ขณะนั้นมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาและสถานีวัดน้ำบางไทร วัดได้ 3,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม) ส่วนปี 2560 ที่กังวลจะมีน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพฯอยู่ที่ 2,400-2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่ง กทม.ก็สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ยกเว้นปริมาณน้ำตั้งแต่ 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาทีขึ้นไป ทำให้เกิดน้ำท่วมแน่ โดยปัจจุบันมีระดับน้ำไม่ถึง 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที
“นอกจากนี้ กทม.ยังกังวลปริมาณฝนที่ตกหลังเขื่อนบริเวณ จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ลพบุรี จ.ปทุมธานี และในพื้นที่กรุงเทพฯ หากมีปริมาณฝนมากบวกกับปริมาณน้ำในเขื่อนทางภาคเหนือที่ปล่อยลงมา แต่เชื่อว่า กทม.ไม่ประสบปัญหาเป็นเพียงข้อกังวล เพราะ กทม.เตรียมแผนพร่องน้ำภายในคลองทั้งหมดแล้ว ซึ่งการพร่องน้ำจะต้องไม่กระทบต่อการเดินเรือภายในคลอง ขณะที่ปัญหาน้ำรอระบายตามจุดอ่อนน้ำท่วม อดีตเคยประสบปัญหาน้ำท่วมขัง 4-5 ชั่วโมง ขณะนี้ยืนยันใช้เวลาระบายน้ำไม่เกิน 1 ชั่วโมง” พล.ต.อ.อัศวินกล่าว และว่า ยืนยันสถานการณ์น้ำปกติ และ กทม.ได้จัดเตรียมแผนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯไว้แล้ว

พล.ต.อ.อัศวินแถลงว่า ที่ผ่านมาโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการขุดลอกคูคลองและทำความสะอาด สามารถช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ได้มาก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำตามคูคลองให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำบางซื่อ ปัจจุบันเปิดเดินเครื่องช่วยระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อีกทั้งโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำด้วยวิธีไปป์แจ็คกิ้งที่ดำเนินการแล้วเสร็จหลายแห่ง
พล.ต.อ.อัศวินแถลงต่อไปว่า หากในพื้นที่กรุงเทพฯจะประสบปัญหาน้ำท่วม ก็อาจจะเล็กน้อย กทม.ยืนยันสามารถรับมือสถานการณ์ได้ เพราะที่ผ่านมาได้ขุดลอกคูคลอง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ก่อสร้างแก้มลิง และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง และได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดรอยต่อกรุงเทพฯ ร่วมติดตามสถานการณ์และแผนพร่องน้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงกำชับเจ้าหน้าที่ให้ประจำทุกจุด และเตรียมความพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์รับเหตุ

