เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กรณีแรงงานเมียนมา ซึ่งอาศัยใน อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ฆ่าสุนัขที่กัดลูกชายวัย 2 ขวบ โดยได้นำอวัยวะของสุนัขมาปรุงให้ลูกชายกิน เพราะมีความเชื่อว่าจะป้องกันโรคได้ หนำซ้ำยังนำมารับประทานกันทั้งครอบครัว และยังให้ญาติรับประทานอีก จนเกิดข้อกังวลว่าจะทำให้เสี่ยงรับเชื้อพิษสุนัขบ้าในวงกว้างหรือไม่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมาแล้วประมาณ 1 เดือน ปรากฏว่าล่าสุดเด็กชายอายุ 2 ขวบ เสียชีวิตแล้ว เมื่อสอบถามข้อมูลทางกรมควบคุมโรค จึงนับเป็นรายที่ 15 ที่เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า จากก่อนหน้านี้เป็นชาวไทย เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าจำนวน 14 ราย ใน 12 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง หนองคาย ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร บุรีรัมย์ และระยอง
ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากที่มีรายงานข่าวพบมีการนำชิ้นส่วนอวัยวะของสุนัขมารับประทาน เนื่องจากมีความเชื่อว่า หากรับประทานชิ้นส่วนของสุนัขที่ทำร้ายจะไม่เกิดโรคนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และขอให้ข้อมูลว่าควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อหรือเครื่องในสัตว์ที่คาดว่ามีเชื้อของโรคพิษสุนัขบ้า เพราะมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อขณะชำแหละหรือประกอบอาหารจากสัตว์ที่ตาย หากพบสุนัข แมวหรือสัตว์เลี้ยงตายโดยไม่ทราบสาเหตุ สงสัยป่วยโรคพิษสุนัขบ้า ควรแจ้งผู้รับผิดชอบให้เข้ามาเก็บตัวอย่าง เพื่อวินิจฉัยและจัดการต่อไป
นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า สำหรับกรณีนี้ได้มีการสอบสวนโรคพบว่า ผู้ป่วยซึ่งเป็นเด็กถูกสุนัขที่มีเจ้าของกัด ไม่พบประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ทั้งนี้ ผู้ป่วยไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหลังจากการทำแผลเบื้องต้นที่คลินิกแห่งหนึ่ง ประมาณ 1 เดือนจากนั้นผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยอาการคล้ายโรคพิษสุนัขบ้า คือ มีไข้ คันบริเวณแผลที่ถูกกัด ชักเกร็ง ผวาเป็นพักๆ ผลวินิจฉัยยืนยันป่วยด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ล่าสุดเสียชีวิตแล้วจากโรคพิษสุนัขบ้า กรมควบคุมโรคได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการสื่อสารความเสี่ยงเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจและความเชื่อที่ถูกต้องของโรคพิษสุนัขบ้าแก่ประชาชนในชุมชน เร่งค้นหา ติดตามผู้สัมผัสโรค ผู้สัมผัสสุนัขให้เข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบถ้วน พร้อมดำเนินงานร่วมกับปศุสัตว์ในพื้นที่ฉีดวัคซีนให้แก่สัตว์เลี้ยง ตลอดจนสัตว์จรจัดในระยะรัศมี 5 กิโลเมตรรอบชุมชน
“ประชาชนบางส่วนยังมีความรู้และความเชื่อเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าที่ไม่ถูกต้อง เช่น โรคพิษสุนัขบ้าสามารถรักษาให้หายได้ ไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เมื่อถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัดหรือข่วน แล้วใช้สมุนไพรพอกหรือใช้รองเท้าตบแผล รวมถึงแผลที่ถูกสัตว์เลี้ยงกัด ข่วน ไม่มีเลือดออกไม่เกิดโรค เป็นต้น ความรู้และความเชื่อเหล่านี้ส่งผลให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มขึ้น” นพ.สุวรรณชัยกล่าว

