เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงข่าวงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและงดใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ว่า กรมอุทยานฯรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและงดใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ทั้ง 154 แห่ง แบ่งเป็นทางบก 128 แห่ง ทางทะเล 26 แห่ง เพื่อแก้ปัญหาขยะพลาสติกตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)
“ข้อมูลในเดือน พ.ค.2561 มีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 16 ล้านคน แต่พบปัญหาที่ตามมาจากการท่องเที่ยว คือ ขยะและน้ำเสีย โดยเฉพาะขยะพลาสติก ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ ทั้งสัตว์น้ำและสัตว์ป่า ดังเช่น การตายของสัตว์ทะเล พบเศษขยะและพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหาร ขณะที่อุทยานฯเขาใหญ่ พบสัตว์ป่าตาย เนื่องจากระบบการย่อยอาหารล้มเหลว ในลำไส้และกระเพาะอาหารพบเศษขยะพลาสติก นอกจากนี้ ยังพบว่ามีเศษพลาสติกจากฝาขวดบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ปลิวกระจายตามลมไปหลายจุดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ บางแห่งพบตามแหล่งน้ำทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อปะการัง สัตว์น้ำ ลดความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว เป็นปัญหาขยะและน้ำเสีย ยากต่อการจัดเก็บและย่อยสลายตามธรรมชาติ โดยพลาสติกเป็นบรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้อย่างยิ่ง เพราะสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่เนื่องจากถุงพลาสติกเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ยาก ทำให้มีปริมาณขยะประเภทถุงพลาสติกสะสมและตกค้างเป็นจำนวนมาก ซึ่งในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา มีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณ 12% ของปริมาณขยะ หรือประมาณปีละ 2 ล้านตัน สามารถนำขยะพลาสติกกลับไปใช้ประโยชน์เฉลี่ยประมาณปีละ 0.5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือ 1.5 ล้านตัน ส่วนใหญ่เป็นเศษขยะถุงพลาสติกที่ปนเปื้อน อาทิ ถุงร้อน ถุงเย็นบรรจุอาหาร ถุงหูหิ้ว ประมาณ 80% หรือ ประมาณ 1.2 ล้านตัน” นายจงคล้ายกล่าว
รองอธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า กรมอุทยานฯจึงจัดรณรงค์ลดบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง เข้าไปในเขตอุทยานฯ ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้ว ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหาร ขวดน้ำที่มีพลาสติกหุ้มฝาขวด หลอด และช้อน-ส้อม ที่ทำจากพลาสติก ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ พร้อมกันในอุทยานแห่งชาติ 154 แห่งทั่วประเทศ โดยอุทยานฯทุกแห่งจะนำหลักการจัดการขยะแบบเหลือศูนย์มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การจัดการขยะในอุทยานฯ ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง เหมาะสม เป็นต้นแบบในการจัดการขยะ ทั้งนี้ ยังได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการบริเวณภายนอกเขตอุทยานแห่งชาติ ทั้งชุมชน ร้านค้า ตลาด และท่าเทียบเรือ รอบแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ในการร่วมโครงการดังกล่าวด้วย ส่วนการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่มาเที่ยวอุทยานฯ แต่อาจหลงลืมหรือยังติดขัดบางกรณี กรมอุทยานฯได้มีการจัดกิจกรรมให้ยืมถุงผ้าหรือบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ไว้คอยให้บริการ และจัดกิจกรรมโครงการรณรงค์นำขยะคืนถิ่น / มัดจำขยะ การจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดและขยะใต้ทะเล ทางทะเล และแหล่งน้ำ อีกทั้งขอความอนุเคราะห์ให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการลดราคาเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวหวังให้ลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหาร ขวดน้ำที่มีพลาสติกหุ้มฝาขวด หลอด และช้อน-ส้อม ที่ทำจากพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง อย่างน้อย 3 ล้านใบ/ชิ้น และเชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการร้านค้า เยาวชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 10 ล้านคนในปีนี้

