นอกจากถนนเยาวราช ที่มีชื่อเสียงด้านสตรีทฟู้ดดังกระฉ่อนระดับโลกแล้ว “ถนนข้าวสาร” ยังเป็นอีกหนึ่งปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างมุ่งหน้ามายังถนนสายนี้
แต่เพราะความฮิตของถนนสายนี้ ที่มีผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมเยือนอย่างไม่ขาดสาย ทำให้พื้นที่อยู่ในสภาพรกรุงรัง มีสิ่งของ แผงค้าตั้งวางทั้งบนถนนและทางเท้าอย่างไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ขยะเกลื่อนกลาด
ล่าสุดกรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงมีนโยบายจัดระเบียบทางเท้าและปรับภูมิทัศน์พื้นที่ โดยมีแผนให้ผู้ค้าย้ายลงไปตั้งแผงกลางถนนในเวลาที่กำหนด คือ เวลา 18.00-24.00 น.ของทุกวัน เพื่อคืนทางเท้า
ให้ผู้สัญจร นับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป
ทว่ากลับกลายเป็นสิ่งที่ผู้ค้านับร้อยรายไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้ กทม.ยกเลิกมาตรการดังกล่าว อ้างว่าแนวทางของ กทม.จะทำให้เสน่ห์ของถนนข้าวสารขาดหายไป
ถนนข้าวสารที่มีชื่อเสียงโด่งดังแพร่หลายทั่วโลกนี้ มีความยาวรวม 402 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี 2435 ตั้งแต่รัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าถนนแห่งนี้มีอายุมากกว่า 100 ปี
ถนนสายนี้กลายเป็นที่รู้จักตั้งแต่เมื่อใด ยังไม่มีข้อมูลปรากฏชัด แต่คาดว่าราว 10 ปีก่อน
ตามคำบอกเล่าของเจ้าของอาคาร “ธนพงษ์ มานิจธรรมพงษ์” เกิดและอาศัยอยู่ในถนนข้าวสารมากว่า 40 ปี บอกว่า ถนนข้าวสารและย่านบางลำพู อดีตถูกเรียกว่า “ถนนขี้หมา” เพราะบริเวณนี้ไม่เคยมีใครให้ความสนใจหรือมาเหลียวแลแม้แต่น้อย เวลาต่อมาชุมชนและผู้ค้ารวมตัวกันสร้างร้านค้า จัดงานอีเวนต์ขึ้นเองอย่างเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ถนนข้าวสาร โดยหน่วยงานรัฐไม่เคยเข้ามาสนับสนุน แต่ทำให้ถนนเริ่มเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมกันเผยแพร่ข่าวสารออกไปทำให้ผู้คนรู้จักถนนข้าวสารมากขึ้น กระทั่งได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน โดยถนนข้าวสารจะเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ในฐานะร้านอาหาร ร้านค้าและแหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงสตรีทฟู้ด
“เสน่ห์” และเอกลักษณ์ของถนนข้าวสารที่พูดถึงกันนั้นอาจหมายถึง ย่านอาหารและแหล่งช้อปปิ้ง แต่ลองฟังอีกมุมของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จองตั๋วมุ่งตรงสู่กรุงเทพมหานคร ปลายทางยังถนนข้าวสารว่า “เสน่ห์” ในมุมมองของต่างชาตินั้นเป็นอย่างไร

สเตฟานี วิลลาร์ด (Stephanie Villard) อายุ 39 ปี เดินทางมาจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พร้อมครอบครัว บอกว่า เดินทางมายังประเทศไทย 2 ครั้งแล้ว โดยมีจุดมุ่งหมายมายังกรุงเทพมหานครทั้ง 2 ครั้ง ก่อนหน้านี้ รู้จักถนนข้าวสารจากคำบอกเล่าของบรรดานักท่องเที่ยว โดยผู้ที่ชื่นชอบเดินทางไม่มีใครไม่รู้จักถนนข้าวสาร ส่วนตัวเองและครอบครัวเองได้เดินทางมายังถนนข้าวสารเมื่อสัปดาห์ก่อน
“ครั้งนั้นใช้เวลาอยู่ที่นี่เพียง 3 วัน และได้เดินทางกลับมายังถนนข้าวสารอีกเพราะชอบช้อปปิ้ง สำหรับเสน่ห์ของถนนข้าวสารนั้น ส่วนตัวคิดว่าถนนข้าวสารมีความหลากหลาย ทั้งร้านอาหาร เสียงเพลง และอาหารที่น่าดึงดูดใจ รวมถึงร้านค้าที่มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย ถือเป็นถนนที่น่าตื่นตาและเหลือเชื่อว่าจะตั้งอยู่ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ” สเตฟานีกล่าว
เมื่อถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวการจัดระเบียบแผงค้าบนทางเท้าและจะเปิดให้ขายเฉพาะช่วงเย็นจนถึงเที่ยงคืนนั้น สเตฟานีบอกว่า ยอมรับว่าถนนและทางเท้าสกปรกมาก เพราะย่านนี้มีร้านค้าจำนวนมาก
“อีกอย่างสิ่งที่ฉันสังเกตเห็นคือ ถนนข้าวสารแทบไม่มีถังขยะตั้งอยู่ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มีจุดให้พวกเขาได้ทิ้งขยะ ส่วนอาหารที่พวกเขาซื้อกินตามรถเข็นหรือแผงค้า เมื่อกินเสร็จก็ไม่รู้จะทิ้งตรงไหน ดังนั้น
เห็นด้วยกับการจัดบิ๊กคลีนนิ่ง เพราะสังเกตเห็นแมลงสาบที่มีจำนวนมาก แน่นอนว่าจำเป็นจะต้องทำความสะอาดถนน” สเตฟานีกล่าว
ส่วนการเปิดแผงค้าเฉพาะกลางคืนนั้น สเตฟานีมองว่า ควรจะเปิดตลอดวันมากกว่า เพราะนักท่องเที่ยวรวมถึงตัวเอง ยังคงใช้เวลาช้อปปิ้งและต้องการหาอาหารรับประทานสุดอร่อยในมื้อกลางวัน แน่นอนหากรัฐจะเดินหน้าจัดระเบียบแผงค้าย่อมกระทบต่อนักท่องเที่ยวแน่ เพราะไม่มีสิ่งที่พวกเขาตั้งใจจะเดินทางมาที่นี่เพื่อท่องเที่ยว มองว่าน่าจะทำความสะอาดและยกระดับอาหารให้อร่อยมากกว่า

ด้าน นิลส์ ดาฮ์ล (Nils Dahle) วัย 55 ปี ชาวนอร์เวย์ บอกว่า อยู่ในเมืองไทยมา 25 ปีแล้ว สามารถพูดไทยได้นิดหน่อย ส่วนตัวไม่ชอบถนนข้าวสารเอามากๆ เพราะชอบธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวอันเงียบสงบมากกว่า ส่วนถนนข้าวสารแทบจะไม่มีเสน่ห์เพราะทั้งเสียงดังและเป็นสถานที่วุ่นวาย ซึ่งเราต่างไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นบ้างต่างกับประเทศที่มีการปิดถนน ส่วนตัวคิดว่าเมืองไทยไม่ได้มีดีเพียงถนนข้าวสาร
“ผมติดตามข่าวสารและรู้ว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะทำในถนนข้าวสารนั้นคืออะไร พวกเขาต้องการจัดระเบียบย้ายแผงค้าและกำหนดเวลาขาย ผมมองว่าพวกเขาคิดผิด เพราะที่นี่เป็นเป้าหมายการเดินทางของนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาพักผ่อน ท่องเที่ยวตอนกลางคืนและจับจ่ายซื้อของ จึงเป็นสิ่งที่เลวร้ายสำหรับนักท่องเที่ยวหากรัฐจะเดินหน้าจัดระเบียบ เพียงส่วนตัวของผมเท่านั้นที่ไม่ชอบที่นี่ แต่ผมชอบสตรีทฟู้ด อาหารทุกประเภทของเมืองไทยและมีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่” นิลส์กล่าว

ขณะที่พี่น้องสองสาวสวยจากเกาหลี ซันนี ลี (Sunny Lee) อายุ 22 ปี และ ลิลลี่ ลี (Lilly Lee) อายุ 25 ปี โดยซันนีเล่าว่า พวกเราเดินทางมายังเมืองไทยเป็นครั้งที่ 2
“หากถามว่าพวกเรารักถนนข้าวสารหรือไม่นั้น พวกเราแค่ชื่นชอบเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่ไม่รักถนนข้าวสาร เพราะไม่ชอบวัฒนธรรมการท่องเที่ยวตอนกลางคืนย่านถนนข้าวสาร เช่น การดื่มเบียร์จนเมามาย มีคนจำนวนมาก ดังนั้น คิดว่าเสน่ห์ของถนนข้าวสารน่าจะเป็นแหล่งช้อปปิ้งและนวดแผนโบราณมากกว่า และเราทั้งสองคนก็ชื่นชอบด้วย นอกจากนี้ เสน่ห์อีกอย่างของถนนข้าวสารคือ เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีสินค้าราคาถูกและอาหารอร่อย โดยเฉพาะข้าวเหนียวมะม่วงและน้ำผลไม้ ส่วนการจัดระเบียบแผงค้านั้น เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการปิดแผงค้าในช่วงกลางวัน โดยให้พวกเขาทำความสะอาดถนนและทางเท้าทุกวัน เพราะถนนสกปรกมากจริงๆ กลางคืนมีคนเมาและพวกเขาชอบทิ้งขยะบนถนน” พี่น้องสองสาว กล่าว
ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองที่มีต่อถนนข้าวสารของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีทั้งไม่ชื่นชอบและประทับใจ

