จากคดีคนดังวงการกลางคืนเมืองภูเก็ต “เสี่ยอ้วน บางลา” หรือนายปัญญา ยิ่งดัง ลั่นไกสังหารโหด น.ส.ปวีณา หรือ สปาย นาเมืองรักษ์ และนายอนันตชัย หรือ ฟอส จริตรัมย์ เพื่อนหนุ่มนะยะ ตายสยองคาลานจอดรถ วัดเขาชีจรรย์ ชลบุรี เหตุเพราะเห็นภาพบาดตาที่ทั้งคู่สนิทสนมใกล้ชิดกัน จนกลายเป็นคดีฆาตกรรมสยองจากเดิมที่คิดจะแค่อุ้มฝ่ายสาวเท่านั้น โดยตำรวจตามจับลูกน้องได้ 2 คน ส่วนคนสนิทเสี่ยเหี้ยมโร่มอบตัวเพราะกลัวถูกจับตาย ขณะที่ตัวเสี่ยอ้วนต้องหนีกระเซอะกระเซิงไปกบดานที่ประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสนามบินดอนเมือง ทาง พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.จว.ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมกันคุมตัวนายณรงค์ หรือบ่าว วรินทรเวช อายุ 22 ปี ชาว จ.ปัตตานี นำตัวขึ้นเครื่องบินสายการบินนกแอร์จาก จ.นครศรีธรรมราช เที่ยวบินที่ DD7815 มาลงที่สนามบินดอนเมือง ก่อนคุมตัวขึ้นรถตู้เพื่อพาตัวไปกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค2 โดยนำตัวไปแถลงข่าวใน วันที่ 8 สิงหาคม พร้อมกับทำแผนชี้จุด
โดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.เป็นคนแถลงข่าวด้วยตัวเอง สำหรับข้อหานั้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต
พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังต้องสอบปากคำนายบ่าวโดยละเอียด แต่เบื้องต้นนายบ่าวถูกชักชวนมาให้ร่วมก่อเหตุไม่นานนี้ โดยนายบ่าวทราบเพียงว่าถูกจ้างให้มาทำหน้าที่การ์ดให้กับนายอ้วน มีการเตรียมการเรื่องนี้มาแล้ว 2 เดือน ส่วนเรื่องค่าจ้างรายละเอียดอื่นๆ จะต้องสอบปากคำรวบรวมหลักฐานให้ชัดเจนอีกครั้ง แต่นายบ่าวรับว่าเป็นคนยิงผู้เสียชีวิตทั้งคู่ แต่ยังตกใจทำให้ไม่ทราบว่าได้ลั่นกระสุนปลิดชีพใครบ้าง ตนขอย้ำว่าไม่มีอิทธิพลใดอยู่เหนือกฎหมาย ตนอยากฝากถึงนายอ้วนที่ยังหลบหนีอยู่ ว่าอย่าเก่งแต่ทำร้ายผู้หญิง รังแกคนไม่มีทางสู้ การยิงหน้าวัดเขาชีจรรย์ ซึ่งเป็นวัดที่คนชลบุรีนับถือ อยากหนีได้ก็หนีไป แต่ตนเชื่อว่าคงหนีรอดได้ไม่นานหรอก ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายอ้วนได้ติดต่อเจ้าของสถานบันเทิงย่านสุขุมวิทว่าจะมอบตัวนั้น ตนไม่ทราบเรื่อง แต่จะติดต่อใครหรือมอบตัวก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา

