วันที่้ 7 สิงหาคม แบบจำลองสภาพอากาศษ(วาฟ-รอม) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) ระบุว่า ประเทศไทยกลับมามีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยจะมีฝนตกหนักจากอิทธิพลของร่องมรสุมในภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมทั้งแนวปะทะของลมมรสุมในด้านตะวันตกของประเทศ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณ จ.เชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา
มีฝนตกปานกลางถึงตกหนักในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยมีฝนตกหนักบริเวณ จ.พังงา 108 มิลลิเมตร ร้อยเอ็ด 71 มิลลิเมตร นครศรีธรรมราช 64 มิลลิเมตร ระนอง 63 มิลลิเมตร ตราด 57 มิลลิเมตร กระบี่ 55 มิลลิเมตรสุราษฎร์ธานี 52 มิลลิเมตร เชียงราย 48 มิลลิเมตร จันทบุรี 43 มิลลิเมตร และเลย 42 มิลลิเมตร

วาฟ ระบุว่า ปริมาณน้ำกักเก็บรวมทั้งประเทศอยู่ร้อยละ 70 และ น้ำไหลลงเขื่อนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย โดยที่ เขื่อนแควน้อยฯ มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 31 เป็นน้ำใช้การได้จริง 246 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำปานกลาง วันที่ 6 สิงหาคม มีน้ำไหลลงอ่างฯ 7.90 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 1.30 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำไหลลงเขื่อนมากกว่าค่าเฉลี่ย และอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง เขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 87 เป็นน้ำใช้การได้จริง 5,185 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก วันที่ 6 สิงหาคม มีน้ำไหลลงอ่างฯ 47.63 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 23.63 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังรับน้ำได้อีก 2,322 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 85 เป็นน้ำใช้การได้จริง 4,483 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก วันที่ 6 สิงหาคม มีน้ำไหลลงอ่างฯ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 40.98 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังรับน้ำได้อีก 1,365 ล้าน ลบ.ม.
เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 103 เป็นน้ำใช้การได้จริง 648 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำมีน้ำเกินความจุเก็บกัก วันที่ 6 สิงหาคม มีน้ำไหลลงอ่างฯ 17.63 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 9.43 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนปราณบุรี มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 78 เป็นน้ำใช้การได้จริง 288 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมากวันที่ 6 สิงหาคม มีน้ำไหลลงอ่างฯ 8.46 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 9.19 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังรับน้ำได้อีก 86 ล้าน ลบ.ม. น้ำที่ไหลล้นจากเขื่อนแก่งกระจานจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่สองฝั่งริมแม่น้ำเพชรบุรีท้ายเขื่อนแก่งกระจานประกอบด้วย 5 อำเภอ คือ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง และ อ.บ้านแหลม จากการคาดการณ์น้ำจะเคลื่อนตัวถึงเขื่อนเพชรในวันนี้ เวลา 24.00 น. และจะเคลื่อนตัวถึง อ.เมืองเพชรบุรี และ อ.บ้านแหลม ในวันที่ 7 สิงหาคม เวลา 24.00 น.เป็นต้นไป โดยระดับน้ำจะเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและในเขตชุมชน สูงประมาณ 50 เซนติเมตร

เขื่อนน้ำอูน มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 102 เป็นน้ำใช้การได้จริง 488 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำมีน้ำเกินความจุ เก็บกัก วันที่ 6 สิงหาคม มีน้ำไหลลงอ่างฯ 4.92 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 4.05 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 67 เป็นน้ำใช้การได้จริง 3,519 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำปานกลาง วันที่ 6 สิงหาคม มีน้ำไหลลงอ่างฯ 38.94 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 31.86 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังรับน้ำได้อีก 3,142 ล้าน ลบ.ม.
วาฟระบุด้วยว่า ช่วงวันที่ 7-9 สิงหาคม ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวในทะเลจีนใต้และจะเคลื่อนตัวขึ้นสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน ทำให้ร่องมรสุมพาดภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ประเทศไทยกลับมามีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยจะมีฝนตกหนักจากอิทธิพลของร่องมรสุมในภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมทั้งแนวปะทะของลมมรสุมในด้านตะวันตกของประเทศ ภาคตะวันออก และ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา
ช่วงวันที่ 10-13 สิงหาคม ร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศพม่าตอนบนและประเทศลาวตอนบนมีกำลังอ่อนลง ส่งผลให้ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะมีฝนลดลง ส่วนลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงมีกำลังแรง ส่งผลให้แนวปะทะของลมมรสุมในด้านตะวันตกของประเทศ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักได้บางแห่ง

