ภายหลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้โทษ โดยให้ยกฟ้อง พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือหมอนิ่ม ภรรยาของ “เอ๊กซ์” จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักยิงปืนทีมชาติไทย จากเดิมที่พิพากษาประหารชีวิต เนื่องจากหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่าเป็นคนจ้างวาน แต่พยานหลักฐานที่นำสืบมากลับรับฟังได้เข้ากับบันทึกคำให้การรับสารภาพของ น.ส.สุรางค์ ดวงจินดา มารดาของหมอนิ่ม ซึ่งตกเป็นจำเลยที่ 2 ว่าเป็นผู้จ้างวานให้คนกลางซึ่งตำรวจและอัยการกันไว้เป็นพยาน ติดต่อกับทนายอี๊ด สันติทองเสม จำเลยที่ 4 ให้จ้างจำเลยที่ 1 (มือปืน) และจำเลยที่ 5 (คนขี่รถจักรยานยนต์) ไปฆ่าผู้ตายวันเกิดเหตุ 19 ตุลาคม 2556 คนละ 200,000 บาท โดยศาลจึงพิพากษาให้ประหารนางสุรางค์ แต่ให้การเป็นประโยชน์จึงละลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนทนายอี๊ดจำเลยที่ 4 ลงโทษประหารสถานเดียว ขณะที่มือปืนจำเลยที่ 1 และคนขี่จักรยานยนต์จำเลยที่ 5 ให้จำคุกตลอดชีวิต พร้อมให้จำเลยที่ 1, 2, 4 และ 5 ร่วมกันชดใช้เงิน 2.5 ล้านให้กับครอบครัวของนายจักรกฤษณ์นั้น
นางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม มารดาของ เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ กล่าวว่า ไม่คิดว่าคำพิพากษาจะออกมาเป็นแบบนี้เหมือนกัน ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของศาล แต่ก็ดีกับหลาน อย่างไรก็ตามหลานคนโตยังนอนกับคุณยาย ติดคุณยายมาก ส่วนหลานคนเล็กจะนอนกับแม่ คือหมอนิ่ม เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา แม่หมอนิ่มก็ได้โทรนัดและให้ไปเจอหลานทั้ง 2 คน หลังจากไม่ได้เจอมานาน 1 ปี เมื่อเจอก็พาไปกินสุกี้ ส่วนหลานคนเล็กก็ไปไดร์ฟกอล์ฟ
นางบุญคิดกล่าวต่อว่า ส่วนตัวรู้สึกสงสารนางสุรางค์ จำเลยที่ 2 เพราะอายุเยอะแล้วและมีโรคประจำตัวด้วย
เมื่อถามว่า จะยื่นฎีกาหรือไม่ นางบุญคิด กล่าวว่า ยังไม่ทราบเพราะวันนี้ทนายความก็ไม่ได้มา จึงยังไม่ได้คุย อย่างไรก็ดีส่วนตัวได้อโหสิกรรมทุกอย่าง ส่วนศาลมีคำตัดสินอย่างไรตนก็รับได้
นางบุญคิด ยังระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้คุยอะไรกับหมอนิ่ม แต่เมื่อช่วงเช้าวันนี้เจอกัน หมอนิ่มก็เข้ามาทักทายสวัสดี ตนก็รับไหว้
“ดิฉันก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอหลาน หลานกำลังฝึกเล่นเปียโนก็เก่งน่ารัก ต้องยอมรับว่าหมอนิ่มเลี้ยงลูกดีเก่งและทุ่มเทมาก อย่างไรก็ตาม ก็ได้คุยกันกับคุณยาย (น.ส.สุรางค์) และทราบว่าก่อนนัดฟังคำพิพากษานิ้วต้องดามสปริงเหล็ก เพราะระหว่างอยู่ที่บ้าน ได้ไปสอยสาเกแล้วลูกสาเกตกใส่นิ้วโดยไม่ทันระวังตัว ทำให้นิ้วได้รับบาดเจ็บ” นางบุญคิดกล่าว


