พ่อแม่ เปิดปาก ‘โก้’ สารภาพตั้งแต่วันแรก ‘ฆ่าไฮโซเชอรี่’ จะมอบตัว ก่อนหนี ตร.อายัดบัญชีน้องชาย ยังล่าข้ามแดน!!

7.08.18 | 15:15 น.

จากกรณีนายอัศยาหรือโก้ ชัยภา อายุ 33 ปี คนร้ายที่ใช้ไม้เบสบอลทุบศีรษะ นางสาวธิติมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ หรือเชอรี่ นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งจนเสียชีวิต โดยหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนและเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีนั้น

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 7 สิงหาคม ที่สน.โชคชัย  ชาวบ้านชุมชนสายคลองลาดพร้าวรวมตัวมาที่ หน้า สน.โชคชัย ชูป้ายข้อความเรียกร้องให้ตำรวจจับกุมนายอัศยา หรือโก้ มาดำเนินคดีโดยเร็ว ป้ายข้อความ “อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล” “เอาไอ้โก้มาดำเนินคดีเร็วๆ” เป็นต้น

น.ส.เพลินพิศ สุรสิทธิ์ อายุ 46 ปี ตัวแทนชาวบ้านริมคลองลาดพร้าว เปิดเผยว่า ที่เดินทางมาวันนี้ ต้องการมาสอบถามความคืบหน้าทางคดี เนื่องจากก่อนหน้านี้ตำรวจเคยให้สัญญาว่าจะใช้เวลา 7 วันในการตามตัวนายโก้มาดำเนินคดี อีกทั้งตอนนี้เวลาก็ครบกำหนดที่ตำรวจให้กรอบเวลาแล้ว ก็เลยเดินทางมาสอบถามความคืบหน้าว่าเป็นอย่างไร เพราะส่วนตัวไม่ได้มาบุกโรงพักเพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ เพราะเข้าใจว่าการทำงานของตำรวจบางขั้นตอนไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ขณะที่ก่อนหน้านี้ทางตำรวจได้พูดคุยกับทางบิดาของผู้เสียชีวิต ทราบว่า การติดตามตัวคนร้ายเป็นไปในทิศทางที่ดี และมีการทำงานตลอด 24 ชม. โดยส่วนตัวมองว่าการติดตามตัวคนร้ายน่าจะรวดเร็วมากกว่านี้ และอยากให้จับคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะไม่อยากให้ไฮโซเชอร์รี่ต้องตายฟรี

นางเฟื่อง แจ้โพธิ์ อายุ 58 ปี ชาวบ้านชุมชนริมคลองพหลโยธิน 32 เปิดเผยว่า ตนเองรู้จักกับน.ส.ธิติมา ตั้งแต่ทำโครงการสร้างบ้านราคาถูกให้แก่ผู้มีรายได้น้อย โดยส่วนตัวนิสัยของเชอรี่เป็นคนดี มีน้ำใจกับชาวบ้านทุกคน พยายามหาวัสดุ อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ และมาขายให้ในราคาถูก เนื่องจากมองเห็นความยากลำบากของคนในชุมชน

“ก่อนหน้านี้ ยอมรับว่า ช่วงแรกของการก่อสร้างโครงการเคยเห็นนายโก้มาที่ชุมชนกับคุณเชอร์รี่ แต่คนในชุมชนไม่ได้เข้าไปทักทาย หรือพูดคุยอะไร เนื่องจากบุคลิกนิสัยของนายโก้เคร่งขรึม แตกต่างจากนิสัยของคุณเชอร์รี่เป็นอย่างมาก ขณะที่คุณเชอรี่ เป็นคนติดดิน อยู่ง่ายกินง่าย เคารพผู้ใหญ่ แต่นายโก้เป็นคนที่ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ รู้สึกไม่ถูกชะตา เพราะนายโก้ไม่เคยเข้ามาถามไถ่ความเดือดร้อน ทั้งนี้ยอมรับว่าเคยเห็นทั้งสองมีปัญหาขัดแย้งกันเรื่องงานตลอด แต่ไม่เคยมีปากเสียงทะเลาะกันให้เห็น”ชาวบ้านลาดพร้าว กล่าว

Advertisement

ด้านพล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 กล่าวว่าขณะนี้ได้ประสานทุกหน่วยงานให้ติดตามตัว เชื่อว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ภายในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งกัมพูชา ซึ่งมีช่องทางเข้า-ออกได้หลายทาง และเชื่อว่าอาจมีคนที่ทำงานอยู่แถบชายแดน ซึ่งเป็นคนไทย อยู่เบื้องหลังให้การสนับสนุนเส้นทางการหลบหนีด้วย ในส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้พบการเคลื่อนไหวในบัญชีของคนร้าย แต่ล่าสุดทางพนักงานสอบสวน ได้ประสานกับทางธนาคาร ให้ทำการอายัดบัญชีของนายโก้ รวมถึงนายอนุวัฒน์ ชัยภา อายุ 32 ปี น้องชาย ซึ่งขณะนี้ได้อายัดไว้หมดแล้ว
พ.ต.ท.พิสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รองผกก.(สอบสวน)สน.โชคชัย กล่าวว่าพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก นายวรวุฒิ ชัยภา อายุ 60 ปี และ นางหนูนิ่ม ชัยภา อายุ 56 ปี พ่อและแม่ของคนร้าย ให้มาพบพนักงานสอบสวน และสอบปากคำไปแล้วเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม เวลาประมาณ 02.00 น. ซึ่งทางพ่อและแม่คนร้ายบอกเพียงว่า เมื่อวันที่ 27กรกฎาคม โดยนายโก้โทรศัพท์มาบอกว่า ลงมือฆ่าไฮโซเชอรี่ และจะมอบตัว แต่เมื่อถามกลับว่าทำไมถึงฆ่า และอยู่ที่ไหน นายโก้กลับไม่ตอบ และวางสายไปทันที จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก