กทม.มอบรางวัล 340 ตลาดสะอาด เผยอีก 50 แห่ง ยังไม่ผ่านเกณฑ์

7.08.18 | 16:01 น.

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานมอบป้ายรับรองมาตรฐาน 4 ตลาดระดับพรีเมียม และ 336 ตลาดสะอาด ได้มาตรฐานปลอดภัย ที่ศาลาว่าการ กทม.

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า กทม.ร่วมกับผู้ประกอบการตลาดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พัฒนาและยกระดับตลาดให้ดีขึ้น โดยมีหลักเกณฑ์ประเมินหลัก 3 ด้าน คือ ด้านสุขอนามัย ด้านคุณภาพอาหาร และด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งมีตลาดที่ผ่านเกณฑ์รับรองและพัฒนาจนได้รับป้ายรับรองตลาดสะอาด รวม 336 แห่ง แบ่งเป็น รางวัลป้ายรับรองตลาดระดับเพชร 56 แห่ง ระดับทอง 62 แห่ง ระดับเงิน 105 แห่งและระดับทองแดง 113 แห่ง นอกจากนี้ ยังได้ยกระดับพัฒนาตลาดต่อยอดจากระดับเพชรเป็น “ตลาดพรีเมียมมาร์เก็ต” แต่ต้องผ่านหลักเกณฑ์ประเมินถึง 9 ด้าน อาทิ ต้องมีแผงจำหน่ายอาหารพร้อมบริโภคที่มีเมนูสุขภาพอย่างน้อย 1 เมนู การพัฒนาห้องน้ำเป็นสุดยอดห้องน้ำแห่งปีของ กทม. ด้านการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่โฟมบรรจุอาหาร การตรวจสอบแหล่งที่มาของเนื้อสัตว์ผ่านคิวอาร์โค้ด “สแกน มี” (Scan Me) ด้านการจ่ายไร้เงินสดเพื่อลดการปนเปื้อนสิ่งสกปรก รวมถึงได้รับรางวัลระดับเพชรต่อเนื่องเป็น 5 ปี โดยมีตลาดผ่านเกณฑ์เข้ารับรางวัล 4 แห่ง ได้แก่ 1.ตลาดเอี่ยมสมบัติ เขตสวนหลวง 2.ตลาดสามย่าน เขตปทุมวัน 3.ตลาดบางขุนศรี เขตบางกอกน้อยและ 4.ตลาดศูนย์การค้ามีนบุรี เขตบุรี

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันในกรุงเทพฯ มีตลาดทั้ง 390 แห่ง กทม.มีเป้าหมายที่จะยกระดับการสุขาภิบาลตลาดให้ได้รับมอบป้ายตลาดสะอาด ได้มาตรฐานปลอดภัยของ กทม. ขณะนี้ มีตลาดผ่านเกณฑ์แล้ว 340 แห่ง ส่วนอีก 50 แห่ง ที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานกำหนด กทม.พยายามเจรจาให้ผู้ประกอบการร่วมพัฒนาและยกระดับตลาดให้ได้มาตรฐาน เชื่อว่าผู้ประกอบการอยากร่วมกันพัฒนาตลาด ขณะเดียวกัน กองสุขาภิบาลอาหารกับฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล ทั้ง 50 เขต ยังร่วมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ จัดอบรมตามหลักสูตรสุขาภิบาลอาหาร กทม. ตรวจสอบการโกงตาชั่ง จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วตรวจสอบสารปนเปื้อนอาหารในเนื้อสัตว์ พืชผักด้วยชุดทดสอบสารปนเปื้อนในอาหาร (เทสต์ คิด) หากประชาชนไม่มั่นใจในความสะอาดและปลอดภัยของสินค้า ยังสามารถแจ้งไปยังฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลในพื้นที่ ร่วมตรวจสอบได้ อีกทั้ง ยังสามารถตรวจสอบสินค้าด้วยตนเองผ่านแอพพลิเคชัน “สแกน มี” ตามคิวอาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์

“ล่าสุด มีข้อมูลวิจัยพบปริมาณโซเดียมและโซเดียมคลอไรด์ในอาหารปริมาณมากที่จำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กทม.มีการกำหนดเกณฑ์ให้ตลาดที่ต้องผ่านเกณฑ์นั้นบรรจุเมนูสุขภาพด้วย รวมถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์ ซึ่งต่างเป็นเรื่องใหม่ กทม.ก็พยายามหาแนวทางแก้ไขเพื่อสุขภาพประชาชน เริ่มจากการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ” นายทวีศักดิ์ กล่าว

Advertisement

ด้าน นายวรพงศ์ สุขธีรอนันตชัย ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำกับดูแลส่วนบริหารกิจการตลาดสามย่าน เปิดเผยว่า ตลาดสามย่าน จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2514 บริหารจัดการโดยสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ โดยการบริหารทรัพย์สินมีหลายประเภท รวมถึงตลาดสามย่าน ซึ่งเกิดขึ้นจากตลาดชุมชนจนถึงปัจจุบันกว่า 50 ปี เป็นตลาดเก่าแก่ โดยหลักจะให้ความสำคัญต่อผู้ค้าและผู้บริโภค มีการจัดอบรมให้แก่ผู้ค้ามีใจรักงานบริการและการแต่งกาย พัฒนาสถานที่ให้สะดวก ปลอดภัยต่อผู้บริโภค อาทิ สถานที่จอดรถ ห้องน้ำสะอาด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พัฒนาให้สินค้ามีความหลากหลายให้เลือกสรร

“ดีใจที่ได้รับรางวัลตลาดพรีเมียม เพราะตลาดสามย่านพยายามพัฒนาปรับปรุงข้อเสียตลาดเรื่อยมาจนได้รับรางวัลระดับเพชรต่อเนื่อง มองว่า ปัจจุบันซูเปอร์มาร์เก็ตภายในห้างสรรพสินค้าและตลาดรูปแบบใหม่ผุดขึ้นจำนวนมาก แต่ตลาดชุมชนนั้นอยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน ฉะนั้น หากอยากแข่งขันหรืออยู่คู่กับสภาพปัจจุบัน เจ้าของกิจการต้องสร้างความโดดเด่นเชิงชุมชน ยกตัวอย่างตลาดดีมีความสะอาด คนต้องอยากมาซื้อของที่ตลาด เพราะการใช้จ่ายระหว่างซูเปอร์มาร์เก็ตนั้น ผู้ซื้อเลือกสินค้ากับสิ่งของตรงหน้า แต่ตลาดชุมชนผู้ค้าและลูกค้าต่างคุ้นเคยกัน มีอัธยาศัยที่ดีต่อกัน เกิดมิติสัมพันธ์ระหว่างกัน ผู้ซื้อจึงมีความวางใจในสินค้ามากกว่า” นายวรพงศ์ กล่าว