ปคม.แถลงจับ คดีค้ามนุษย์ออนไลน์ ลวงเหยื่อร่วมเพศ ถ่ายคลิปขาย โพสต์กลุ่มไลน์เก็บค่าสมาชิก

7.08.18 | 17:16 น.

เมื่อเวลา 15.30น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.คมกฤช สุขไทย กก.1 บก.ปคม. ร่วมกันแถลงข่าวผลการกวาดล้าง”คดีค้ามนุษย์บนสื่อออนไลน์”


พล.ต.ต.กรไชย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2561 ได้มีผู้เสียหายติดต่อคณะทำงาน TICAC ว่าได้ถูกนำคลิปวีดิโอของตนเองไปขายและมีผู้เสียหายจำนวนมาก คณะทำงาน TICAC บก.ปคม. และ บช.ทท. จึงได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบตัวผู้กระทำความผิดว่าเป็น นายแนตหรือนายติ๊กหรือนายกีต้าร์ซึ่งมี Profile หลายชื่อในบัญชีสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น Mr Bean Narak และหลวงเจ๊ธรัมมี่ โดยนายแนตจะติดต่อกับโมส้ม นายหน้าที่เป็นธุระจัดหา เพื่อหาหญิงสาวในวัยเรียน มาร่วมเพศ โดยจะเป็นคนเลือกหน้าตา และกำหนดให้นำชุดนักเรียน นักศึกษามาด้วยและจะจ่ายค่าตัวประมาณ 10,000 – 30,000 บาท  จากนั้นจะนัดเจอกันที่โรงแรม เพื่อร่วมเพศโดยนายแนตจะตั้งกล้องแอบถ่ายไว้โดยใช้กล้องปลั๊กไฟและกล้องนาฬิกา ซึ่งกำหนดให้ผู้เสียหายทั้งหมดร่วมเพศกับตนเองโดยสวมชุดนักเรียน นักศึกษา และหันหน้าไปยังทิศที่ได้วางกล้องไว้ จากนั้นนายแนตได้นำคลิปแอบถ่ายที่ได้ไปขายพร้อมทำลายน้ำไว้บนคลิปที่ขาย คลิปที่ได้จากการแอบถ่ายดังกล่าวจากการรวบรวมบนอินเตอร์เน็ตและจากการแลกคลิป นายแนต ได้นำไปแสวงหาประโยชน์โดยการขายให้กับ ผู้ซื้อที่ต้องการนำไปเป็นรางวัล ในการออกหวยในกลุ่มโซเชียลที่เก็บค่าสมาชิกเป็นรายปีและได้นำไปแลกกับคลิปลามกจับผู้ครอบครองคนอื่นๆ โดยมีการโอนเงินผ่านทางบัญชีต่างๆ ในบัญชี

พล.ต.ต.กรไชย  กล่าวอีกว่า  จากการสืบสวนทราบว่านายแนตอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีในข้อหา รีดเอาทรัพย์ และเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ คณะทำงานได้ร่วมกันสืบสวนจนสามารถออกหมายจับนายแนตและเข้าตรวจค้นบ้านของผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 6 จุดพร้อมกัน ทำให้สามารถจับกุมนายแนตได้พร้อมพยานหลักฐานจำนวนมากกว่า 2 TB และมากกว่า 2,000 GB  ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากการตรวจสอบพบสื่อลามกกว่า 30,000 ไฟล์ ในจำนวนดังกล่าวพบผู้เสียหายที่ถูกแอบถ่ายการร่วมเพศกับนายแนตอีก 17 คนและพบว่ามีนายทีมร่วมตั้งกล้องแอบถ่ายด้วย นอกจากนี้ยังพบภาพและคลิปการถ่ายเซลฟี่หรือแลกกล้องของเหยื่อเบื้องต้นกว่า 150 ราย และพบคลิปแอบถ่ายในห้องน้ำสถานศึกษาและห้างสรรพสินค้าเบื้องต้นกว่า 100 ราย

Advertisement

พล.ต.ต.กรไชย  กล่าวต่อว่า  ทั้งนี้คณะทำงานได้ร่วมทำงานกับคุณวีรวรรณ มอสบี้ Hug project และ A21 ทั้งในด้านการสืบสวนและการดูแลผู้เสียหาย อยากขอให้ผู้เสียหายที่เหลือเข้ามาร้องทุกข์กับบก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาจึงจะมีส่วนช่วยให้พยานหลักฐานในสำนวนแน่นหนาขึ้นและขอให้ประชาชนทั่วไป เห็นใจผู้เสียหายอย่าซ้ำเติมด้วยการไปหาคลิปดังกล่าวมาดู หยุดสนับสนุนการกระทำความผิดด้วยการไป  ซื้อคลิปในลักษณะเดียวกันนี้และขอให้ระวังตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแผนประทุษกรรมแบบนี้ นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะขอให้ศาลสั่งให้ทำลายคลิปของผู้เสียหายดังกล่าวด้วย ซึ่งหากใครมีในครอบครองจะเป็นความผิดมีโทษทางอาญาตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 16 จำคุกไม่เกิน 6 ปี 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายแนตและนายทีมในข้อหาสมคบกันค้ามนุษย์ฯและได้จับกุมโมส้มในข้อหาเป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณี

พล.ต.ต.กรไชย ยังกล่าวอีกว่า  เจ้าหน้าที่ได้ ดำเนินการ ”ปฏิบัติการกาหยู” ว่าเป็นการทลายเครือข่ายค้ามนุษย์ในจังหวัดระนอง ที่ภายหลังชุดปฏิบัติการสืบพบการค้าประเวณีเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดระนอง บก.ทท. , บก.ปคม. , บก.ภ.จว.ระนอง ได้นำกำลังเข้าปฏิบัติการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์และดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา 2 กลุ่มโดยแบ่งเป็นคดีแรกที่ชมดาวเกสต์เฮ้าส์ ต.บางริ้น จ.ระนอง ที่สามารถจับกุมนางอำพร สนธิ หรือเจ้จิ๋มในข้อหากระทำการค้ามนุษย์ต่อบุคคลอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี สอบพฤติการณ์ ทราบว่า มีลักษณะเป็นนายหน้าจัดหาเด็กและเยาวชนมาค้าประเวณีโดยจะนำภาพของเหยื่อมาให้ผู้เข้าพักที่ต้องการมาซื้อบริการเลือกตัว เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนติดต่อขอล่อซื้อก่อนจะช่วยเด็กหญิงชาวไทยอายุ 16 และ 17 ปี นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการจับกุมนายพีรพล เภาวิเศษ ชาวไทยอายุ 43 ปี ในข้อหาประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปส่งต่อสภ.ระนอง ทำการสอบสวนต่อไป

พล.ต.ต.กรไชย กล่าวว่า เป็นการจับกุมชาวต่างด้าวในอาคารชุดซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดระนอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กุมตัว น.ส.มา ยู ยู วิน ผู้ดูแลอาคารชุด 2 หลังที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบการค้าบริการทางเพศ โดยมีหญิงชาวเมียนมาร์อีก 4 คนเป็นผู้ค้าบริการ ต่อมา ภายหลังผลการคัดแยกไม่ปรากฎว่าชาวเมียนมาร์ทั้ง 4 คนเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์แต่อย่างใด ทั้งหมดจึงถูกดำเนินคดีฐานมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี