‘ปิยะสกล’ เผยสปสช. ทำประกาศรองรับหลังครม.ผ่าน ‘บัตรคนจน’ ไม่ต้องจ่ายค่ารักษา

8.08.18 | 16:13 น.

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม  นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11.4 ล้านคน ไม่ต้องจ่ายค่ารักษาในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค) ว่า ครม.เห็นด้วยกับการที่กระทรวงการคลังจะให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้ามาในระบบบัตรทอง โดยผู้ที่ถือบัตรดังกล่าวไม่ต้องจ่ายค่าบริการ 30 บาท ขณะนี้เลขาธิการคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อยู่ระหว่างการยกร่างประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรองรับการยกเว้นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ต้องจ่ายค่าบริการ 30 บาท คาดว่าน่าจะมีการเสนอให้ตนลงนามภายในสัปดาห์นี้ และไม่จำเป็นต้องนำเข้าพิจารณาในบอร์ด สปสช. พิจารณาอีก เพราะเป็นการออกประกาศตามมติครม.

ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่เดิมผู้ที่อยู่ในระบบบัตรทองก็ไม่ได้จ่ายเงินอยู่แล้ว  นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า แต่เดิมในสมัย นพ.มงคล ณ สงขลา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้ป่วยในระบบบัตรทองไม่ต้องจ่าย 30 บาทอยู่แล้ว แต่ต่อพอเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ก็มีการประกาศกลับมาว่าให้เก็บค่ารักษา 30 บาท  แต่ก็เป็นแบบสมัครใจว่าใครจะจ่ายก็ได้ ไม่จ่ายก็ได้ แต่ไม่ได้เรียกเก็บอยู่แล้ว ฉะนั้นต่อไปสมมติว่าผู้ป่วยในระบบบัตรทองไปรับบริการที่รพ.แล้วทางรพ.เรียกเก็บเงิน 30 บาท ถ้ายื่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็จะไม่ถูกเรียกเก็บเลย

เมื่อถามต่อว่าสำหรับผู้ป่วยในระบบบัตรทองอีก 30 กว่าล้านคนที่ไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะทำอย่างไร นพ.ปิยะสกลกล่าวว่า ทางรพ.ก็ถามเหมือนเดิมว่าจะจ่าย 30 บาทหรือไม่ ผู้ป่วยจะจ่ายหรือไม่ก็ได้ ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบ และขอย้ำว่าประเด็นร่วมจ่ายที่ห่วงกันก็จะไม่มี  ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่าขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการนำบัตรสวัสดิการฯ เข้ามาจับกับเรื่องบัตรทองเป็นการหวังผลทางการเมือง เป็นประชานิยมหาฐานเสียงทั้งๆ ที่ของเดิมผู้ป่วยสามารถเลือกจ่ายหรือไม่จ่าย 30 บาทก็ได้ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า เป็นเรื่องของคนคิด ส่วนตัวมองว่าการที่กระทรวงการคลังประกาศเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็อยากให้ครอบคลุมทั้งหมด ติดตรงไหนก็เสนอเข้ามา ของเราเองก็ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิผู้อื่น สิทธิผู้ป่วยยังคงอยู่เหมือนเดิม

 

Advertisement