ป.ป.ส.ชี้หญิงไทยตกเป็นเหยื่อแก๊งค้ายาข้ามชาติ ซื้อทัวร์ให้ไปเที่ยวญี่ปุ่น ซุกยาไปส่ง

8.08.18 | 16:26 น.

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่สำนำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) ร่วมกับ พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พ.อ.ณรงค์ฤทธิ์ สุบิน ผอ.กอง 2 ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย นายวิมล สุขช่วย นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ กรมศุลกากร และนายถาวร เนียมนำ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด แถลงข่าวผลการจับกุมภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF)


นายศิรินทร์ยา แถลงร่วมกับหน่วยงาน ถึงผลบูรณาการความร่วมมือปราบปรามยาเสพติด ภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติด พื้นที่ท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force (AITF) ซึ่งเป็นความร่วมมือปราบปรามยาเสพติดระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติของอาเซียน โดยตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติชาวแอฟริกันตะวันตก รวม 221 คดี ผู้ต้องหา 261 คน ของกลางโคเคน 417 กิโลกรัม ไอซ์ 198 กิโลกรัม

นายศิรินทร์ยากล่าวว่า ป.ป.ส.ได้ประสานข้อมูลการข่าวกับหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดในต่างประเทศเพื่อจับกุมผู้ต้องหาลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านท่าอากาศยานอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะการจับกุมผู้ลำเลียงยาเสพติดสัญชาติไทยที่ท่าอากาศยานประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีสถิติสูง ตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 ถึงปัจจุบัน คดีการจับกุม 27 คดี ผู้ต้องหา 26 คน ของกลางไอซ์ 27,671 กรัม โดยคดีสำคัญคือการจับกุมกลุ่มหญิงไทยที่ถูกเครือข่ายว่าจ้างให้ขนยาเสพติดจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปยังประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา  และได้สืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมผู้สั่งการรายใหญ่สัญชาติไนจีเรียน ได้ 2 คน ที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา

Advertisement

เลขาธิการ ป.ป.ส.ยังกล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการความร่วมมือปราบปรามยาเสพติดระหว่างท่าอากาศยานตั้งแต่ปี 2554 ทำให้การสกัดกั้นยาเสพติดที่จะลำเลียงผ่านท่าอากาศยานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยกลุ่มค้ายาเสพติดที่ใช้วิธีลำเลียงยาเสพติดผ่านท่าอากาศยานมายังประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติชาวแอฟริกันตะวันตก โดยมีประเทศต้นทางจากทวีปอเมริกาใต้ เช่น โคลอมเบีย เปรู อาร์เจนตินา และบราซิล ซึ่งลำเลียงยาเสพติดชนิดโคเคน ผ่านมาพักในประเทศแถบตะวันออกกลางจากนั้นลำเลียงเข้ามายังประเทศไทย และให้เครือข่ายในประเทศไทยว่าจ้างหญิงไทยหรือหญิงชาวอาเซียน บางรายมีการแต่งงานบังหน้า ลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศต่างๆ แต่ที่พบมากขณะนี้คือไปยังประเทศญี่ปุ่น และเกาหลี

เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวด้วยว่า หลังจากการจับกุมกลุ่มหญิงไทยที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านสนามบินไปประเทศญี่ปุ่นได้ต่อเนื่องถึง 27 คดี ทำให้ญี่ปุ่นแสดงความวิตกและส่งตำรวจญี่ปุ่นมาร่วมปฏิบัติงานสืบสวนกับ ป.ป.ส.ที่ประเทศไทย และสืบทราบว่าหญิงไทยส่วนใหญ่สมัครใจรับจ้างลำเลียงยาเสพติดให้กับเครือข่ายนี้ มีบางส่วนที่ถูกหลอกโดยการซื้อตั๋วให้ไปเที่ยวกับบริษัททัวร์และให้ซุกซ่อนยาเสพติดไปด้วย จึงได้ขยายผลจนทราบว่ามีผู้สั่งการรายใหญ่ของเครือข่ายนี้เป็นชาวไนจีเรียน มาอยู่ที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงขออนุมัติหมายศาลเข้าจับกุม ได้พร้อมของกลางโคเคนจำนวนหนึ่ง