ศาลสั่งนายกเล็ก”ลัดหลวง”-กรมเจ้าท่า ยึด”อีไอเอ”สร้างท่าเทียบเรือขน”แอลพีจี”

8.08.18 | 19:08 น.

ศาลสั่งนายกเทศมนตรีเมืองลัดหลวง ปากน้ำ-กรมเจ้าท่า เข้มใช้มาตรการรายงาน EIA กำหนดเงื่อนไขใบอนุญาตสร้างท่าเทียบเรือสยามแก๊ส-คลังสินค้า ขนแอลพีจีเหลว


เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ศาลปกครองกลาง นายธนกฤต กิตติวัฒน์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองซึ่งเป็นเจ้าของสำนวน และองค์คณะรวม 3 คน ได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดง ส.79/2561
โดยให้ นายกเทศมนตรีเมืองลัดหลวง จ.สมุทรปราการ ผู้ถูกฟ้องที่ 1 และ กรมเจ้าท่า ผู้ถูกฟ้องที่ 4 นำมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) เสนอไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอไปกำหนดเป็นเงื่อนไขในใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ใบอนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือ) ภายใน 45 วันนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ทั้งนี้หากผู้ถูกฟ้องทั้งสองราย ไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ใบอนุญาตตามกฎหมายทั้ง 2 ฉบับเป็นอันถูกเพิกถอนโดยคำพิพากษา ตั้งแต่วันออกใบอนุญาต

และยังให้คำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวยังมีผลบังคับต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งวิธีการคุ้มครองนั้นศาลได้สั่งห้าม บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) ใช้ท่าเทียบเรือสยามสุขสวัสดิ์ทั้ง 2 ท่า ขนถ่ายสินค้าประเภทแก๊สแอลพีจีเหลว และถ่านหินไว้เป็นการชั่วคราว และให้ นายกเทศมนตรีเมืองลัดหลวง จ.สมุทรปราการ ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ควบคุมตรวจสอบการดำเนอนการของ บมจ.สยามแก๊สฯ ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดและให้รายงานศาลถึงผลปฏิบัติการของบมจ.สยามแก๊สฯ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลทุกวันที่ 10 ของแต่ละเดือนด้วย

โดยศาลพิพากษาให้ยกฟ้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ , คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและอื่นๆ , สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ถูกฟ้องที่ 2,3,5

Advertisement

ทั้งนี้คดีดังกล่าว นางเฉียบ เนตรฉาย กับพวกรวม 43 คนซึ่งเป็นชาวบ้านอาศัยอยู่ที่ ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้ยื่นฟ้อง นายกเทศมนตรีเมืองลัดหลวง , ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ , คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและอื่นๆ , กรมเจ้าท่า , สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1- 5 โดยมี“บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน)” ซึ่งมีส่วนได้เสียในคดี เข้ามาเป็นผู้ร้องสอดในการร่วมเสนอข้อเท็จจริงและเอกสารประกอบการพิจารณาด้วย

ซึ่งกรณีที่ฟ้องเป็นคดีนั้น สืบเนื่องจากกลุ่มชาวบ้านรวมตัวฟ้องว่าได้รับความเดือดร้อนจากการอนุญาตให้ “บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน)” ก่อสร้างท่าเทียบเรือและคลังสินค้าที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุการระเบิดหรือเกิดการรั่วไหลระหว่างการขนถ่ายแก๊สพีจี ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ อนามัย และสวัสดิภาพของชุมชนในท้องถิ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำพิพากษาดังกล่าว เป็นคำตัดสินศาลปกครองกลาง ที่เป็นศาลชั้นต้น คดีจึงยังไม่ถึงที่สุด โดยกฎหมายให้สิทธิคู่ความอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน นับแต่มีคำพิพากษา