อธิบดีศาลภาค 2 ร่อนหนังสือล่าชื่อผู้พิพากษาถอด กต.ประพฤติไม่เหมาะสม ตั้งเป้า 1,100 ชื่อ

9.08.18 | 18:36 น.

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษา ภาค 2 ได้เวียนหนังสือนำส่งขอให้เข้าชื่อถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีเอกสารเเนบ ประกอบด้วยใบเข้าชื่อขอให้ถอดถอน ก.ต. 1 เเผ่น, เเผนผังขั้นตอนการถอดถอน ก.ต. 1 เเผ่น เเละซองใส่ใบเข้าชื่อกลับ 1 ซอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือดังกล่าวอ้างถึง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 บัญญัติว่า ก.ต.ผู้ใดมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต.ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติเเห่งกฎหมาย ข้อบังคับ คุณธรรมเเละจริยธรรม หรือกระทำการอันมีมูลเป็นความผิดทางวินัย ถูกกล่าวหา หรือกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย ข้าราชการตุลาการไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนข้าราชการตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นเเต่ผู้ดำรงตำเเหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาเข้าชื่อกันขอให้ถอดถอน ก.ต.ออกจากตำเเหน่งได้

ทั้งนี้ การดำเนินกิจการที่จัดให้มีการเข้าชื่อเเละลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต.นั้น ระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อเเละการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต. พ.ศ.2544 ข้อ 4(3) กำหนดให้ต้องมีรายชื่อผู้เเทนของผู้เข้าชื่อจำนวน 3 คน ในคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพฤติการณ์ที่พบว่า ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวไม่เหมาะสมเกิดในศาลจังหวัดเเห่งหนึ่งเเถวภาคตะวันออก โดยเเสดงพฤติการณ์ไม่เหมาะสมต่อผู้พากษาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในห้องพิจารณาคดีต่อหน้าคู่ความ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ไม่สมควรดำรงตำเเหน่ง ก.ต. อันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198 เเละขัดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ

สำหรับขั้นตอนการการถอดถอน ก.ต.ตามระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อเเละการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต. พ.ศ.2544 กำหนดไว้ว่า เมื่อมีเหตุเเห่งการถอดถอน ก.ต. เช่น มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. เเละส่อจงใช้อำนาจผิดกฎหมาย ข้อบังคับ กระทำผิดวินัยฯ ผู้พิพากษา 1 ใน 5 ต้องเข้าชื่อยื่นคำร้องถอดถอน โดยมีผู้เเทนเข้าชื่อ 3 คน ส่งไปยังเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเลขาธิการสำนักงานศาลฯ จะต้องจัดให้มีการลงมติภายใน 30 วัน โดยต้องปิดประกาศคำร้องเเละรายชื่อผู้เข้าถอดถอน ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรม เเละศาลยุติธรรมทั่วประเทศ จากนั้นเลขาธิการการสำนักงานศาลฯ จะส่งคำร้องให้ผู้ถูกร้องภายใน 7 วัน เพื่อทำคำชี้เเจงกลับมาภายใน 7 วัน

Advertisement

ทั้งนี้ ระหว่างนั้น ก.ต.ผู้ถูกร้องในระหว่างกระบวนการถอดถอนจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ซึ่งระหว่างดำเนินการจะให้ปิดประกาศคำชี้เเจงของผู้ถูกร้อง ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรม เเละศาลยุติธรรมทั่วประเทศด้วย จากนั้นจึงให้ผู้พิพากษาที่มีอำนาจถอดถอนทั่วประเทศลงมติ เเละหากมีมติให้ถอดถอนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้พิพากษาทั้งหมด ผู้ถูกร้องจะต้องพ้นตำเเหน่งนับเเต่วันนับคะเเนนเสร็จ เเละมตินี้ถือเป็นที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ คือวันที่ 9 สิงหาคม พบว่า ผู้พิพากษาเข้าชื่อเเล้วประมาณ 500 คน และคาดว่าจะมีผู้พิพากษาลงชื่อประมาณ 1,100 คน ซึ่งตามกฎหมายหากมีผู้พิพากษาเข้าชื่อตั้งเเต่ 911 คนขึ้นไปจากผู้พิพากษาทั่วประเทศ 4,555 คน ก็จะเข้าเกณฑ์ 1 ใน 5 ตามกฎหมาย