หน้าแรก ในประเทศ สัพเพเหระคดี ...

สัพเพเหระคดี : รับเสียแล้ว : โอภาส เพ็งเจริญ

13.08.18 | 11:59 น.

“เชิญครับๆ เลือกกันได้เลย สนใจแผ่นไหน เพลงไหน อัลบั้มไหน” คุณจำนูญว่าของเขาไปเรื่อยๆ ขณะลูกค้าที่แวะมาตลาดนัดเย็นมุงดู มุงเลือก แผ่นซีดีเอ็มพี 3 อย่างคับคั่ง
กำลังขายดิบขายดีอยู่นั้นเอง คุณตำรวจมาจากไหนไม่ทราบได้
คุณจำนูญถูกจับกุมพร้อมซีดีรอมเพลงเอ็มพี 3 ที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น จำนวน 106 แผ่น
พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องคุณจำนูญ ว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 28, 31, 70 และ 76 ขอให้ศาลลงโทษ
โดนจับพร้อมของกลาง กลางตลาดนัดขนาดนั้น คาตาขนาดนั้น ไหนเลยจะหลุดได้
เมื่อถูกพนักงานอัยการฟ้อง คุณจำนูญจึงให้การรับสารภาพต่อศาล
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯพิพากษาว่า คุณจำนูญมีความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31(1) ให้ลงโทษปรับ 55,000 บาท แต่รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 27,500 บาท
คุณจำนูญอุทธรณ์คดีว่าตนเป็นเพียงลูกจ้างขายสินค้าแก่นายจ้างตามตลาดนัดทั่วไป ไม่มีเจตนาประกอบธุรกิจของตนเอง ทั้งไม่รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่คุณจำนูญอุทธรณ์ว่าตนเป็นเพียงลูกจ้างขายสินค้าแก่นายจ้างตามตลาดนัดทั่วไป ไม่มีเจตนาประกอบธุรกิจของตนเอง ทั้งไม่รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น
เมื่อคุณจำนูญให้การรับสารภาพตามฟ้อง ข้อเท็จจริงที่คุณจำนูญอุทธรณ์มา ถือเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 38 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง
ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายืน
คุณจำนูญจึงจำต้องจำนนแต่โดยดี
(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5344/2559)

โอภาส เพ็งเจริญ

[email protected]

 

ประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างในการยื่นอุทธรณ์นั้นคู่ความจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในอุทธรณ์และต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งจะต้องเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยด้วย
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
มาตรา 31 ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(1) ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้เช่าซื้อ
มาตรา 70 ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 31 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสองปี หรือปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ