หน้าแรก ในประเทศ สตูลซ้อมแผนช่...

สตูลซ้อมแผนช่วยผู้ประสบภัย ‘ถ้ำโตนดิน’ เหตุสภาพคล้าย ‘ถ้ำหลวง’ หวั่นซ้ำรอยเดิม

13.08.18 | 11:04 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ 13 หมูป่าติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ทำให้เกิดการตื่นตัว หลายภาคส่วนระดมสมองหาแนวทางป้องกันการเกิดซ้ำ อย่างพื้นที่จังหวัดสตูลมีถ้ำมากมาย โดยในส่วนถ้ำโตนดิน เขตอุทยานแห่งชาติทะเลบัน อ.ควนโดน จ.สตูล เป็นถ้ำที่มีน้ำภายในถ้ำ ซึ่งภายในถ้ำมีสภาพคล้ายกับถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อมีกลุ่มฝนมากๆ ก็จะมีน้ำไหลหลากแรง เสี่ยงเกิดอันตรายหากมีนักท่องเที่ยวเข้าไปในช่วงนั้น ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานในสถานที่จริงพร้อมกับได้เข้าใจในระบบถ้ำมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องอากาศ ความชื้น ความมืด ความลื่น และจุดเสี่ยงจุดอันตรายต่างๆ นับเป็นการทบทวนทักษะ ความพร้อมของนักกู้ภัย และการบริหารจัดการในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวติดถ้ำที่บริเวณหน้าถ้ำโตนดิน เขตอุทยานแห่งชาติทะเลบัน ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล

ล่าสุดเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทะเลบันผสมกำลังรวม 8 หน่วยงาน ตั้งศูนย์บัญชาการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวติดถ้ำโตนดิน ซึ่งมีนายจรัญ ขุนณรงค์ หน.อุทยานแห่งชาติทะเลบัน เป็น หัวหน้าศูนย์บัญชาการจุดเกิดเหตุในครั้งนี้ โดยสมมุติเหตุการณ์นักท่องเที่ยวจำนวน 8 คนติดอยู่ภายในถ้ำซึ่งมีน้ำหลากปิดทางเข้าออกจากน้ำ นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวหนีน้ำขึ้นไปหลบยังที่สูง โดยพบนักท่องเที่ยวบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณแขน ขา ผิวหนังถลอก และหัวแตกจากหินงอกหินย้อยซึ่งมีอยู่ภายในถ้ำ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ 2 คน

หลังได้รับแจ้งทางศูนย์บัญชาการจุดเกิดเหตุ ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวจากทีมค้นหา ก่อนส่งกำลังชุดกู้ภัยนำอุปกรณ์ในการช่วยเหลือเข้าไป ก่อนนำนักท่องเที่ยวออกมาได้ โดยนักท่องเที่ยว 2 รายซึ่งได้รับบาดเจ็บ มีการปฐมพยาบาลบริเวณหน้าถ้ำโตนดิน โดยการให้ออกซิเจน ก่อนจะลำเลียงด้วยเปลหามลงมาจากหน้าปากน้ำซึ่งมีความสูง 15 เมตร มายังศูนย์บัญชาการ ก่อนส่งไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ บรรยากาศการฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือน้ำท่องเที่ยวติดถ้ำเป็นไปอย่างราบรื่น แม้จะมีฝนตกลงมาประปราย

นายจรัญ ขุนณรงค์ (หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทะเลบัน) ผู้บัญชาการจุดเกิดเหตุ กล่าวว่า ถ้ำโตนดินจะมีน้ำไหล ลักษณะเป็นถ้ำหินปูน คล้ายกับถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ภายในมีโถงถ้ำ แต่ถ้ำโตนดินจะยากหน่อยตรงปากทางเข้าถ้ำค่อนข้างเล็กเพียงลอดตัวเข้าไป ซึ่งการจะลำเลียงผู้ป่วยออกมาจากภายในถ้ำนั้นค่อนข้างยาก สำหรับผลจากการฝึกซ้อมแผนในครั้งนี้ ผลออกมาค่อนข้างดี เราได้รู้ระบบการบูรณาการ การประสานงานกับส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี นี่ก็จะเป็นมาตรฐานในการช่วยเหลือหากเกิดเหตุจำเป็นก็สามารถช่วยเหลือได้โดยทันที สำหรับการสั่งปิดถ้ำนั้นเกิดขึ้นหลังจากการประเมินสถานการณ์ และหากไม่มีอันตรายก็สามารถเปิดให้ดำเนินการต่อเนื่องไปได้ ในส่วนของถ้ำโตนดินนี้ก็ประเมินแล้วระบบทางเดินต่างๆ รวมถึงแสงสว่างยังไม่พร้อมต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ ซึ่งในช่วงหน้าฝนก็ต้องปิดให้บริการอยู่แล้ว คาดว่า ห่างหน้าฝนช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ ก็สามารถเปิดให้บริการท่องเที่ยว ศึกษาเรียนรู้ได้

Advertisement

นายกำพลศักดิ์ สัสดี นักสำรวจถ้ำ (หนึ่งในทีมช่วยเหลือ 13 หมูป่าติดถ้ำหลวงฯ เชียงราย) กล่าวว่า ในส่วนของถ้ำโตนดินนี้มีความคล้ายคลึงกับถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ในด้านความลึกและความชื้น มีลักษณะเป็นถ้ำน้ำ ความยาว 700-800 เมตร ภายในถ้ำมีหินแหลมคมเยอะ หกล้มได้ง่าย ซึ่งการช่วยเหลือค่อนข้างลำบาก เพราะเส้นทางขรุขระเต็มไปด้วยหินแหลมคม น้ำไม่ลึกมากประมาณเข่า ลึกมากก็ประมาณเอว ทั้งนี้หลังจากผ่านการซ้อมแผนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวติดถ้ำแล้ว จะทำให้การช่วยเหลือทำได้ง่ายขึ้น เพราะได้ไปสัมผัสที่แคบๆ ที่มืด อากาศน้อย เมื่อมีการซ้อมครั้งที่ 2 และ 3 ก็จะทำงานง่ายขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้าถ้ำ อยากแนะนำให้ประสานทางเจ้าหน้าที่ หรือไกด์ท้องถิ่นในการเข้าไปด้วย หากไม่เคยเข้าไปก็ไม่ควรเข้าไปโดยลำพัง ควรมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทะเลบันติดตามไปด้วยทุกครั้ง ห้ามไปกันเองโดยลำพัง