เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.บางเขน ควบคุมตัวนายชยันต์ มะลิทอง อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุพกระเบิดปลอมชิงทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 – 25 สิงหาคมนี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานอีก 5 ปาก, รอผลการตรวจวัตถุสีดำจากหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด, รอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษ และผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหา
คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2561 เวลาประมาณ 18.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายเป็นชายไทย 1 คน เข้าไปก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาบิ๊กซีรามอินทรา โดยข่มขู่ว่ามีระเบิด ภายหลังก่อเหตุได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวน 55,760 บาท โดยผู้ต้องหาถูกพลเมืองดีควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อผู้ต้องหาภายหลังคือนายชยันต์ มะลิทอง พร้อมของกลางคือวัตถุทรงกลม พันด้วยเทปกาวสีดำ มีสลักคล้ายวัตถุระเบิดตกอยู่บริเวณที่พบผู้ต้องหา
จากการสอบถามพลเมืองดีและพนักงานธนาคารทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.37 น. ผู้ต้องหาเข้าไปทำทีขอเบิกถอนเงินที่เคาท์เตอร์ธนาคาร โดยยื่นกระดาษให้พนักงานมีความข้อความว่า “เงินใส่ถุง กูจะไปเอง มีระเบิด (นั่งเงียบๆ)” พร้อมหยิบวัตถุทรงกลมมาถือให้เห็นและพูดว่า “เอาเงินใส่ถุง ถ้าไม่ให้จะดึงสลัก” และยื่นถุงพลาสติกที่เตรียมมาวางไว้ ด้วยความตกใจกลัว พนักงานธนาคารจึงได้หยิบธนบัตรภายในลิ้นชักเก็บเงินใส่ในถุงที่ผู้ต้องหายื่นให้ ต่อมาพลเมืองดีสังเกตเห็นผู้ต้องหาเดินออกมามีท่าทางพิรุธ จึงเดินติดตามไปและตะโกนว่ามีโจรปล้นแบงก์ พลเมืองดีอีก 2 รายที่ได้ยินจึงช่วยกันวิ่งติดตามผู้ต้องหาและเข้าควบคุมตัวไว้ได้พร้อมของกลาง จากนั้นได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาและแจ้งข้อหากระทำผิดฐานชิงทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่ได้ประกอบอาชีพใด เกรงจะหลบหนีการพิจารณาคดี
ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขัง
ตลอดทั้งวันเวลาทำการ ไม่ปรากฏว่ามีบุคคลใดมายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหานี้แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพระหว่างการฝากขังต่อไป

