รวบแล้ว’เสี่ยอ้วน’ตะครุบคาชายแดนก่อนเผ่นเวียดนาม แม่สปายไม่อโหสิกรรม-ให้อภัย

16.08.18 | 13:54 น.

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม มีรายงานว่า ตำรวจชุดสืบสวนติดตาม นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ “เสี่ยอ้วน” นักธุรกิจในจ.ภูเก็ต ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนสังหารโหด น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือสปาย อายุ 20 ปี และ นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส อายุ 20 ปี ชาวกาฬสินธุ์ เสียชีวิตที่ลานจอดรถ ตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเข้าชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้จับกุมตัวนายปัญญาได้แล้ว หลังพบว่าหลบซ่อนในประเทศกัมพูชา โดยนายปัญญา ได้หลบหนีจากฝั่งแนวชายแดนไทย ทางจ.สระแก้วเข้าไปในกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม  หนีไปเรื่อยไปจนถึงชายแดนกัมพูชาติดประเทศเวียดนาม แต่เจ้าหน้าที่กัมพูชาตามพบตัวเสียก่อนจะหนีข้ามไปประเทศที่ 3 และควบคุมตัวไว้แล้ว เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับทางการกัมพูชาเพื่อนำตัว เสี่ยอ้วนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย

ขณะนี้มีรายงานว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ในฐานะชุดสืบสวนดรีมทีม ของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมพ.ต.อ.พัฒนา ปรีชานันท์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชลบุรี อยู่ระหว่างเดินทางไปรับตัวเสี่ยอ้วนกลับมาดำเนินคดีในไทย และเตรียมจะนำตัวแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม นี้

ขณะที่ครอบครัวของน้องสปาย และน้องฟอส หลังทราบข่าวดีใจเป็นอย่างมาก ขอบคุณตำรวจที่ติดตามจับกุมเสี่ยอ้วนได้

Advertisement

นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่น้องสปาย กล่าวว่า ไม่ว่าชาตินี้ชาติหน้าไม่ขออโหสิกรรมให้เสี่ยอ้วน ไม่ต้องการให้มาขอขมาศพลูกสาว เพราะครอบครัวเจ็บช้ำกับการกระทำของเสี่ยอ้วนเกินที่จะให้อภัย เมื่อตำรวจจับได้ก็รู้สึกดีใจและเป็นข่าวดี ขอให้ตำรวจดำเนินคดีเสี่ยอ้วนให้ถึงที่สุดและรับโทษประหารชีวิตด้วย

ทางด้าน นางจอมศรี ชมพูพื้น แม่ฟอส กล่าวว่า ได้ข่าวรู้สึกดีใจมาก ที่ผ่านมาครอบครัวนอนไม่หลับเลย ขอชื่นชมตำรวจไทยมีฝีมือและเก่งมาก ส่วนตัวไม่ขอจองเวรกรรมอะไร ก็ขออโหสิกรรมให้ เพราะเชื่อว่าเสี่ยอ้วนจะต้องได้รับผลกรรมที่รุนแรง เป็นไปได้ก็ต้องการให้มาขอขมา ส่วนจะมาได้หรือไม่ก็สุดแล้วแต่