ผบช.น.เผยคดีชิงทรัพย์แบงก์กว่าครึ่งล้านคืบ 80% เชื่อมีผู้ร่วมมากกว่า 1

16.08.18 | 16:39 น.

จากกรณีที่มีคนร้ายเป็นชายวัยกลางคนก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ภายในห้างสรรพสินค้าโฮมโปร สาขาพระราม 3 ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. ได้เงินสดไป 510,000 บาท ก่อนวิ่งไปขึ้นรถจยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทางคลองเตยอย่างรวดเร็ว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 16สิงหาคม ที่ สน.วัดพระยาไกร พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีโดยมี พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี ผกก.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.ชนันทร์ เปรมปลื้มจิตต์ รอง ผกก.สส.สน.วัดพระยาไกร โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

พล.ต.ท.ชาญเทพ เปิดเผยว่า สำหรับการสืบสวนในคดีดังกล่าวนี้มีความคืบหน้าไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้วซึ่งจากการก่อเหตุเชื่อว่ามีมากกว่า 1 คน เพราะมีบุคคลที่ให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาด้วย ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดนั้นขณะนี้กำลังไล่เส้นทางการหลบหนีออกจากจุดที่ก่อเหตุอยู่ระหว่างการไล่กล้องเพิ่มอยู่ ส่วนการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานที่เป็นพนักงานสาวของธนาคารไปแล้ว 3 ปากไม่พบข้อพิรุธ ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องรอตรวจสอบ อีกทั้งรอผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอจากกระดาษที่คนร้ายเขียนก่อนจะยื่นให้เจ้าหน้าที่ธนาคารก่อนนำมาเทียบเคียงกับคนร้าย อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้ายนี้มาดำเนินคดีให้ได้ในเร็ววัน ขอเวลาทำงานคาดว่าไม่นานจะมีข่าวดี

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับเส้นทางที่คนร้ายใช้ก่อนก่อเหตุและเส้นทางที่ใช้หลบหนีจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทราบว่า ก่อนก่อเหตุพบว่าคนร้ายขับขี่รถจยย.ออกจากเจริญกรุง 107 หรือซอยประดู่ และใช้เส้นทางถนนพระราม 3 ก่อนจะขับรถไปเติมน้ำมันที่ปั้มน้ำมันบางจากถนนเจริญราษฏร์ จากนั้นได้ขับตรงไปยังห้างสรรพสินค้าโฮมโปรเพื่อก่อเหตุ หลังจากก่อเหตุเสร็จได้ขับรถจยย.ออกจากจุดเกิดเหตุใช้เส้นทางหลบหนีถนนรัชดาภิเษก-พระราม 3 และขณะนี้ทราบจุดสุดท้ายคือจุดใต้ทางด่วนถ.พระราม3 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการไล่ตรวจสอบกล้องเพิ่มเติมเพื่อหาเส้นทางหลบหนีต่อ ทั้งนี้คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในย่านพระราม 3 เนื่องจากมีความชำนาญในการใช้พื้นที่ในการก่อเหตุ ขณะที่ทะเบียนรถคันที่ใช้ก่อเหตุตรวจสอบกล้องพบว่ามีการติดทะเบียน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นทะเบียนจริงหรือปลอมหรือเลขหมวดอักษรอะไร

Advertisement

ข่าวแจ้งอีกว่าจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบคนร้ายมีความใจเย็นมากเนื่องจากก่อนจะลงมือก่อเหตุได้เดินมาดูลาดเลาแล้วประมาณ 10 นาที จากนั้นพนักงานรักษาความปลอดภัยได้เดินออกไป คนร้ายได้เดินกลับมายังรถจยย.ใส่หมวกกันน็อคเพื่อจะเตรียมตัวก่อเหตุ แต่เมื่อเดินไปถึงบริเวณหน้าธนาคารก็เดินกลับมายังรถจยย.อีกครั้งและเปลี่ยนจากใส่หมวกกันน็อคเป็นใส่หมวกแก๊ป และในเวลาไล่เลี่ยกันก่อคนร้ายจะเข้าก่อเหตุมีพนักงานแมสเซนเจอร์เดินสวนออกมาพร้อมคุยโทรศัพท์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวเพื่อสอบปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่