เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ รพ.สงฆ์ นพ.เกรียงศักดิ์ วารีแสงทิพย์ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากสถิติของสมาคมโรคไตพบว่า ปัจจุบันคนไทยป่วยไตวายเรื้อรังร้อยละ 17 หรือประมาณ 11 ล้านคน นับว่าเป็นจำนวนที่มาก เมื่อเทียบกับอายุรแพทย์โรคไตทั้งประเทศที่มีเพียง 850 คน หากไม่ลดความเจ็บป่วย ผลิตแพทย์เชี่ยวชาญมากเท่าไรก็รักษาไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะปัจจุบันมีการโฆษณาสมุนไพรต่างๆ ที่ใช้รักษาโรคไตได้ ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อจำนวนมาก ซึ่งขอยืนยันว่า ยังไม่มีสมุนไพรตัวใดหรือตำรับใดที่มีข้อมูลทางวิชาการที่เพียงพอว่าสามารถรักษาโรคไตได้อย่างมั่นใจ
“เข้าใจดีว่า ปัจจุบันไทยกำลังพัฒนาและส่งเสริมการใช้สมุนไพรในการรักษาโรค ผมไม่ได้ต่อต้าน เพราะสมุนไพรอาจจะไม่มีผลชัดเจนกับการรักษาโรคไต แต่ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ แต่การใช้ก็ต้องระวัง” นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าว
ด้าน ศ.นพ.สมชาย เอี่ยมอ่อง ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันประชากรโลกมากกว่า 850 ล้านคน หรือ ประมาณร้อยละ 11 ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง โดยมีค่าการทำงานของไตลดลงประมาณร้อยละ 60 ต้องรักษาด้วยการล้างไต 2.5 ล้านคน และอีกไม่กี่ปีจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หรือ 5 ล้านคน สำหรับในประเทศไทยมีผู้ป่วยต้องล้างไต อย่างต่ำ 1 แสนคน เพิ่มขึ้นราว 1 หมื่นคนต่อปี สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการกินยา และสมุนไพร
ด้าน ผศ.พญ.สุภินดา ศิริลักษณ์ แพทย์อายุรกรรมโรคไต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า สมุนไพรบางชนิดมีผลต่อการทำงานของไต ต้องระวังอย่างยิ่งโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังแล้ว เช่น
เห็ดหลินจือ เป็นสมุนไพรจีนที่ดังมากในกลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ปัจจุบันข้อมูลของเห็ดหลินจือในการรักษาโรคไตเรื้อรัง ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ดังนั้นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังไม่ควรรับประทานเห็ดหลินจือ อย่างไรก็ตามหากต้องการรับประทานจริงๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนเสมอ
น้ำลูกยอ (Noni) ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง การรับประทานอาจส่งผลให้มีโพแทสเซียมในเลือดสูง ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและอาจเสียชีวิตได้
มะเฟือง มีกรดออกซาเลตหรือกรดออกซาลิก ทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันในกรณีที่รับประทานมากเกินไป สำหรับในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังไม่ควรรับประทานมะเฟืองเนื่องจากอาจทำให้มีอาการทางระบบประสาท เช่น สะอึก สับสน และชักได้ (ซึ่งไม่เกิดขึ้นในคนปกติ)
ตะลิงปลิง และ ป๋วยเล้ง การรับประทานในปริมาณมากเกินปกติ อาจส่งผลให้เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ และเกิดโรคไตเรื้อรังได้
แครนเบอรี่ ส่วนใหญ่มักทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รับประทานมากอาจทำให้เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ และอาจส่งผลต่อการทำงานของไตผิดปกติ
และมีรายงานจากทั่วโลกว่า ห้ามใช้สมุนไพร ไคร้เครือ เพราะทำให้ไตวายและเป็นมะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ
การรับประทานสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลต่อค่าการทำงานของตับและไตได้ โดยเฉพาะประเด็นของการปนเปื้อนสารอันตรายในสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น แคดเมียม ซึ่งเป็นโลหะหนักที่มีผลต่อไต
ดังนั้น ในคนปกติ หากต้องการรับประทานสมุนไพร ควรเลือกสมุนไพรที่ได้มาตรฐาน มีการขึ้นทะเบียน ดูแหล่งที่มาของสมุนไพร เช่น การเพาะปลูกที่ได้มาตรฐาน ปราศจากสารเคมี มีโรงงานผลิตที่ได้คุณภาพ มีห้องปฏิบัติการวิจัยที่ได้มาตรฐาน และมีข้อมูลการศึกษาในมนุษย์ที่มากพอ และควรใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ รวมถึงต้องมีการตรวจการทำงานของตับและไต เป็นระยะ ๆ
สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ไม่แนะนำให้รับประทานยาสมุนไพร ซึ่งข้อมูลในปัจจุบันพบว่า ยังไม่มีสมุนไพรใดที่มีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนเพียงพอว่าสามารถรักษาโรคไตเรื้อรังได้
ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้ผู้ป่วยมีความใกล้ชิดกับแพทย์เพื่อให้ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และอย่าเชื่อสื่อต่างๆ ที่ไม่ถูกต้อง

