สุรินทร์ สำรวจคนไทยไร้สิทธิ พบชื่อถูกจำหน่ายออกจากทะเบียนราษฎร์

18.08.18 | 10:07 น.

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม น.ส.ยุพิน ระย้าทอง ผู้ประสานงานหน่วยหลักประกันสุขภาพประชาชน มาตรา 50(5) กล่าวว่า จากที่ได้ร่วมสำรวจประชากรกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ โดยเป็นมติจากสภาองค์กรชุมชน พบบุคคลที่ไม่มีเลข 13 หลักและบัตรประชาชน 3-4 ราย ทั้งที่เป็นคนไทยและอาศัยอยู่ในประเทศไทยมาโดยตลอด ในจำนวนนี้ 1 ราย เป็นเยาวชนอายุ 14 ปี จากการสืบค้นทะเบียนพบว่า ชื่อของเด็กยังคงอยู่ที่ทะเบียนบ้านกลางใน จ.ชลบุรี เนื่องจากในช่วงที่เกิดพ่อแม่ได้ไปทำงานที่จังหวัดชลบุรีและได้คลอดน้องที่โรงพยาบาลในพื้นที่และไม่ได้ไปแจ้งเกิด และภายหลังพ่อแม่ได้ย้ายกลับมาที่ จ.สุรินทร์แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ไปแจ้งเกิด จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านพ้นไปเด็กจึงกลายเป็นผู้ที่เข้าไม่ถึงสิทธิ ขณะที่พี่ชาย 2 คน มีบัตรประชาชนแล้ว

น.ส.ยุพินกล่าวว่า ซึ่งขั้นตอนในการคืนสิทธิให้กับเด็กนั้น จะต้องนำตัวเด็กเดินทางไปยืนยันตัวตนที่ว่าการอำเภอที่เจ้าตัวได้ถูกขึ้นทะเบียนบ้านกลางไว้ เนื่องจากไม่สามารถทำเรื่องโอนย้ายปลายทางได้ ซึ่งทั้งตัวเด็กและครอบครัวรายได้ไม่มาก จึงไม่มีเงินที่จะใช้เป็นการใช้จ่ายเดินทาง อีก 1 รายนั้น เป็นพระสงฆ์ที่ออกจากบ้านไปตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านเลย ทำให้ญาติคิดว่าเสียชีวิตแล้วและถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนราษฎร์ในปี 2551 โดยระบุว่าเป็นผู้เสียชีวิต แต่ภายหลังได้เดินทางกลับมาที่บ้าน ปัจจุบันอายุ 70 ปีแล้ว และได้บวชเป็นพระสงฆ์ ซึ่งรายนี้ทางปลัดอำเภอระบุว่าในการยืนยันสถานะจะใช้วิธีการสอบเครือญาติ หากมีผู้ยืนยันตัวตนจะคืนสถานะบุคคลให้ ซึ่งเป็นกรณีที่สามารถจัดการเองได้ในพื้นที่

“ส่วนที่เหลืออีก 1 รายนั้นเป็นทหารเกณฑ์ที่ออกจากบ้านไปนานเช่นกัน ชื่อนายทองคำ โสภา เกิดเมื่อปี 2499 ซึ่งรายนี้นอกจากไม่พบข้อมูลในทะเบียนราษฎร์แล้ว การสืบค้นย้อนหลังโดยอ้างอิงเครือญาติยังทำได้ยาก เพราะพ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว โดยเขาเกิดที่ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นายทะเบียนที่ช่วยค้นหาประวัติเบื้องต้นจึงแนะนำเขาให้กลับไปที่ อ.ท่าตูม ที่เป็นบ้านเกิดเพื่อรื้อค้นข้อมูลย้อนหลังในการยืนยันตัวตน อาทิ หลักฐานการศึกษา เป็นต้น แต่ติดปัญหาเรื่องค่าเดินทางเช่นกัน ทำให้ยังไม่ได้รับคืนสิทธิความเป็นคนไทย” น.ส.ยุพินกล่าว

Advertisement

น.ส.ยุพินกล่าวว่า ทั้ง 3 ราย ในกรณีที่เจ็บป่วยและต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ที่ผ่านมาต้องจ่ายค่ารักษาเอง เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงบริการ ดังนั้น จึงต้องพิสูจน์สถานะบุคคลเพื่อคืนสิทธิเพื่อทำให้เข้าถึงการรักษาได้ รวมถึงสิทธิอื่นๆ โดยในกรณีของเด็กอายุ 14 ปี และกรณีของทหารเกณฑ์ เบื้องต้นศูนย์ประสานงานฯ คิดว่าจะร่วมกันทอดผ้าป่าเพื่อนำเงินที่ได้มาเป็นค่าใช้จ่ายเดินทางพาทั้ง 2 คนไปยืนยันตัวตนที่จังหวัดชลบุรีและสุรินทร์ โดยเงินที่เหลือจะนำไปใช้ในกรณีอื่นที่ต้องพิสูจน์สถานะต่อไป

“ส่วนที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) และเครือข่ายได้ร่วมทำการสำรวจจำนวนคนไทยไร้สิทธิเพื่อผลักดันให้คนเหล่านี้ได้รับสิทธิความเป็นคนไทยกลับคืนนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะเป็นการช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน เนื่องจากหลายคนที่ไม่มีบัตรประชาชนมีหลากหลายสาเหตุ บางคนไม่มีตั้งแต่เกิดเพราะแค่ไม่ได้แจ้งเกิด ขณะที่บางคนไม่กล้าออกไปไหนเพราะไม่มีบัตรประชาชนและกลัวที่จะถูกจับ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องเศร้า เราต้องช่วยกันเพื่อให้คนไทยเหล่านี้ได้รับสิทธิคนไทยกลับคืน โดยในส่วนหน่วยหลักประกันสุขภาพประชาชน 50(5) อ.ศรีณรงค์ คงติดตามต่อเนื่องรวมถึงสำรวจคนไทยไร้สิทธิในพื้นที่ต่อไป” ผู้ประสานงานหน่วยหลักประกันสุขภาพฯ กล่าว