วันที่ 18 สิงหาคม แบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) สรุปพื้นที่เฝ้าระวัง ฝนตกหนักถึงหนักมากจากอิทธิพลพายุเบบินคาและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน แพร่ ตาก นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง สตูล รวมทั้งสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ในช่วงวันที่ 18-19 สิงหาคม โดยที่ เขื่อนแก่งกระจาน ยังเป็นพื้นที่วิกฤต เพราะมีระดับน้ำเต็มความจุเก็บกักแล้ว และคาดการณ์ว่าจะยังคงมีฝนเพิ่มขึ้นทำให้ยังคงมีน้ำไหลลงเขื่อนเพิ่มขึ้นอีกได้ เขื่อนวชิราลงกรณ มีน้ำไหลลงเขื่อนเพิ่มมากขึ้น อาจมีการระบายน้ำจากเขื่อนเพิ่มมากขึ้น
ขณะที่ พายุ “เบบินคา” (BEBINCA) ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเทศบริเวณจังหวัดเชียงรายแล้วอ่อนกำลังลงกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว และจะเคลื่อนตัวออกไปสู่ประเทศพม่าต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังคงมีกลุ่มเมฆหนาแน่นปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน และด้านตะวันตกของประเทศ ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคเหนือตอนบน รวมทั้งมีฝนตกปานกลางถึงตกหนักบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และด้านตะวันตกของประเทศ โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.น่าน 410 มิลลิเมตร พะเยา 193 มิลลิเมตร ลำปาง 158 มิลลิเมตร เชียงราย 146 มิลลิเมตร เชียงใหม่ 119 มิลลิเมตร ลำพูน 106 มิลลิเมตร เลย 100 มิลลิเมตร แม่ฮ่องสอน 92 มิลลิเมตร พังงา 92 มิลลิเมตร อุตรดิตถ์ 85 มิลลิเมตร แพร่ 65 มิลลิเมตร ตราด 62 มิลลิเมตร นครศรีธรรมราช 61 มิลลิเมตร ตาก 60 มิลลิเมตร สุราษฎร์ธานี 58 มิลลิเมตร ปราจีนบุรี 54 มิลลิเมตร ประจวบคีรีขันธ์ 46 มิลลิเมตร และพิษณุโลก 41 มิลลิเมตร
วาฟ ระบุว่า วันที่ 18 สิงหาคม ปริมาณน้ำกักเก็บรวม ในเขื่อนทั่วประเทศ อยู่ที่ ร้อยละ 71 เขื่อนที่มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนมากกว่าค่าเฉลี่ย และอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง คือ เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 105 เป็นน้ำใช้การได้จริง 680 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำมีน้ำเกินความจุเก็บกัก เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่างฯ 27.94 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 18.14 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 89 เป็นน้ำใช้การได้จริง 4,866 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่างฯ 103.70 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 41.19 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังรับน้ำได้อีก 982 ล้าน ลบ.ม.
เขื่อนน้ำอูน มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 102 เป็นน้ำใช้การได้จริง 478 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำมีน้ำเกินความจุเก็บกัก เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่างฯ 4.45 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 5.32 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 88 เป็นน้ำใช้การได้จริง 5,343 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่างฯ 41.33 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 21.04 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังรับน้ำได้อีก 2,137 ล้าน ลบ.ม.
เขื่อนขุนด่านปราการชล มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 86 เป็นน้ำใช้การได้จริง 127 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่างฯ 5.06 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 8.02 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังรับน้ำได้อีก 31 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนปราณบุรี มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 78 เป็นน้ำใช้การได้จริง 284 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่างฯ 17.57 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 10.78 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังรับน้ำได้อีก 88 ล้าน ลบ.ม.
เขื่อนรัชประภา มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 87 เป็นน้ำใช้การได้จริง 3,533 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่างฯ 23.60 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 19.81 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังรับน้ำได้อีก 755 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 68 เป็นน้ำใช้การได้จริง 3,579 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำปานกลาง เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่างฯ 31.43 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 15.71 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังรับน้ำได้อีก 3,081 ล้าน ลบ.ม.
วาฟ ระบุว่า ช่วงวันที่ 18-20 สิงหาคม ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยและทะเลอันดามันยังคงมีกำลังแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำจากพายุเบบินคายังคงปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบนและจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศพม่าต่อไป ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักในภาคเหนือตอนบน รวมทั้งแนวปะทะของลมมรสุมในด้านตะวันตกของประเทศ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน แพร่ ตาก นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง สตูล รวมทั้งสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ในช่วงวันที่ 18-19 สิงหาคม จากนั้นฝนจะเริ่มลดลงในช่วงวันที่ 20 สิงหาคม
ช่วงวันที่ 21-24 สิงหาคม ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังอ่อนลง ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่อาจยังคงมีฝนตกปานกลางถึงหนักในบางแห่งบริเวณแนวปะทะของลมมรสุมในด้านตะวันตกของประเทศ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

