วันที่ 18 สิงหาคม นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันป้องรักษาป่าและควบคุมไฟป่า หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ พยัคฆ์ไพร เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การอำนวยการของนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. ภายใต้การอำนวยการของ พลโท ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจตรี ปัญญา ปิ่นสุข จากการปฏิบัติการข่าวทางลับ สืบทราบว่ามีการลักลอบทำไม้มีค่าหายากขบวนการข้ามชาติ ชนิดไม้พะยูง ชิงชัน และประดู่ เตรียมนำส่งออกนอกราชอาณาจักร

นายชีวะภาพ กล่าวว่า เวลา 04.00 น. ตน และ พอ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ ศปป. 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) พร้อมชุดพยัคฆ์ไพร ได้จู่โจมเข้าตรวจค้นตาม ยุทธการฟ้าสางที่แพรกษา บริเวณโกดังจุดพักไม้ ซอยรุ่งโรจน์ ถ.แพรกษา ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ โดย คณะเจ้าหน้าที่ได้แสดงตนเข้าขอตรวจค้นในโกดัง ดังกล่าว แต่เมื่อกลุ่มขบวนการค้าไม้เห็น เจ้าหน้าที่ต่างวิ่งหลบหนีไปคนละทิศคนละทาง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 4 ราย และเข้าไปตรวจค้น บริเวณด้านในโกดัง ตรวจพบไม้ของกลาง อุปกรณ์การกระทำผิดจำนวนมาก ขณะขบวนการกำลังบรรจุไม้ลง ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ ภายในโกดังขนาดใหญ่ที่ปิดทึบ คณะเจ้าหน้าที่พบคนงานชาวเมียนม่า 3 รายกำลังใช้รถโฟล์คลิฟยกของ ยกไม้ชิงชันใส่บรรจุตู้ และมีชายชาวจีนทราบชื่อภายหลัง นายม่า ซึ่งเป็นกลุ่มนายทุนชาวจีนในขบวนการยืนดูแลควบคุมอยู่ในที่เกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบสวนในที่เกิดเหตุ โดยสอบถามเอกสารการได้มาของไม้ และผู้ต้องหาไม่สามารถนำมาแสดง และเมื่อเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบที่ไม้ทุกท่อนไม่พบรูปรอยดวงตราของทางราชการ ภายหลัง นายทุนชาวจีนที่ควบคุมการบรรจุไม้ได้ประสาน ผู้หญิงชาวไทยผู้หนึ่งมาช่วยประสานให้รายละเอียดต่อคณะเจ้าหน้าที่ และคณะเจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบเอกสารการได้มาของไม้ปรากฎว่าไม่สามารถนำมาแสดงได้คณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมสรุปว่าเป็นไม้ที่ผิดกฎหมายตาม พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ป่าไม้ พ.ศ. 2484
นายชีวะภาพ กล่าวว่า ตรวจสอบพบไม้พะยูง ไม้ชิงชัน ไม้ประดู่ ทั้งแบบไม่ท่อนขนาดใหญ่ ไม้พะยูงท่อน ไม้ชิงชันแปรรูปเป็นเหลี่ยมจำนวนนับได้ 412 ท่อนเหลี่ยม ปริมาตรเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 60 ลบ.ม.คิดเป็นมูลค่าในเมืองไทยไม่ต่ำกว่า 36 ล้านบาท ถือว่าเป็นคดีของกลุ่มขบวนการรายใหญ่ระดับชาติ กลุ่มระดับต้นๆของประเทศที่ทางราชการต้องการหยุดยั้ง และบังคับใช้กฎหมายนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้

นายชีวะภาพ กล่าวว่า ภายหลัง ได้ร่วมขยายผลเรื่องนี้กับ กับ พ.ต.อ.ประวิทย์ บุญธรรม ผู้กำกับสภ.บางปู และ พ.ต.ท.ธวัชชัย กำเนิดสูง ได้ประสานตรวจสอบพบว่าโกดังดังกล่าวเป็นของ นายไพทูรย์ สุริยะยานนท์ บริษัท พีที.นครินทร์.จก.เลขที่ 17-17/1 ม3 ถ.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ และได้โทรประสานทางโทรศัพท์แจ้งให้ทราบว่า มีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนในโกดัง ดังกล่าวภายหลัง นายไพทูรย์ เจ้าของโกดังอ้างว่าไม่สะดวกที่จะมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ เจ้าหน้าที่ทราบโดยอ้างว่า คณะเจ้าหน้าที่ไม่ประสานมาก่อนจึงไม่สะดวกและ ได้ส่งสัญญาเช่าโกดังมาให้ทางไลน์ เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าสัญญาเช่าระบุชื่อผู้เช่าเป็นนายทหารอากาศระดับนายพล เช่าตั้งแต่ วันที 1 มีนาคม 2561 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562
นายชีวะภาพ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ประสานล่ามชาวจีนและล่ามชาวพม่า เพื่อขยายผลสอบปากคำผู้ต้องหาทุกคน โดย ตรวจค้นนายม่า ชาวจีน ไม่พบเอกสารพาสปอร์ต หรือเอกสารอื่นใด พบกุญแจรถยนต์ 1 ดอก โดยอ้างว่าเพิ่งมาจากสนามบิน และได้เช่ารถยนต์มาใช้งานแต่ จอดทิ้งที่สนามบินโดยอ้างว่าเพิ่งเดินทางมาเพื่อติดต่อดูไม้และหาทางนำกลับไปต่างประเทศเพื่อขายต่อที่ประเทศจีน ภายหลังคณะเจ้าหน้าที่ เชื่อจึงขยายผลติดตามรถที่อ้างว่าจอดที่สนามบิน ปรากฎว่าไม่พบโดย สรุปแล้ว นายม่า ได้ให้การเท็จต่อคณะเจ้าหน้าที่
“รายละเอียดการติดตามขบวนการไม้ขบวนการนี้ ถือว่าเป็นขบวนการใหญ่ระดับต้นๆของประเทศ คณะเจ้าหน้าที่พยายามติดตามแกะรอยมานานนับปี โดยใช้ทั้งระบบการปฏิบัติการด้านการข่าว และเทคโนโลยีพิเศษของชุดพยัคฆ์ไพร แกะรอยติดตามจากเขตป่าสงวนแห่งชาติๆในเขตรอยต่อ จ.แพร่และน่าน นานนับเดือน จนสามารถเข้าจู่โจมจับกุมได้ตามยุทธการเมื่อตอนฟ้าสางของวันนี้ “นายชีวะภาพ กล่าว
นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ศปก.พป ใช้ปฎิบัติการเชิงรุกกดดัน ขบวนการอย่างหนักในช่วงเวลาที่ผ่ามา กลุ่มขบวนการจึงใช้วิธีเปลี่ยนสถานที่เก็บบรรจุไม้ไปตามที่ต่างๆในเขตจังหวัดใกล้เคียงกับท่าเทียบเรือที่จะขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ ซึ่งมีที่ เขต จ.เชียงราย และ จ.ชลบุรี และในครั้งนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สามารถเข้าจู่โจมจับกุมได้พร้อมของกลางจำนวนมากของขบวนการระดับต้นๆของประเทศ และในครั้งนี้เจ้าหน้าที่จะร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้ง 4 รายและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ถึงที่สุดทุกความผิด และจะเปิดปฎิบัติการร่วมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องขยายผลต่อเนื่องไปในสถานที่ กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องในหลายๆจังหวัด ในช่วงอาทิตย์หน้าอีกหลายๆจุดเพื่อหยุดยั้งขบวนการดังกล่าวให้จงได้

