ตร.ได้กลิ่นหึ่ง สั่งคุ้ยคดีเก่า ‘เสี่ยอ้วน’ ฆ่าคนตายที่ภูเก็ต หลังเจ้าตัวเปิดปาก ผบก.แจงคดี ยันไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล!!

18.08.18 | 19:53 น.

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีรายงานว่า หลังจากตำรวจไทยเดินทางไปกัมพูชาได้พบ กับนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาสังหารโหด น.ส.ปวีณา หรือสปาย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย หรือฟอส จริตรัมย์ อายุ20 ปี เสียชีวิตบริเวณลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัวเสี่ยอ้วนได้ก่อนหลบหนีไปประเทศเวียดนาม เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำเบื้องต้น เสี่ยอ้วนรับสารภาพว่าก่อเหตุสังหารน้องสปายและน้องฟอสจริง เพราะความแค้น ที่ทั้งรักและดูแบเรื่องเงินทองแต่ก็ถูกหักหลัง ถูกทิ้ง อีกทั้งรับว่าก่อเหตุยิง นายอำพัน สุขสวัสดิ์ อายุ 47 ปี คนขายไอศกรีมเสียชีวิตเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 เหตุเกิดในท้องที่สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต โดยตอนนั้นลักษณะคดีเป็นการยิงป้องกันตัว และมอบตัวสู้คดี แต่จากคำรับสารภาพของเสี่ยอ้วนถึงคดีเก่าที่จังหวัดภูเก็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้มีการเข้าไปตรวจสอบคดีนี้อย่างละเอียดแล้วเนื่องจากพบความไม่ชอบมาพากลในกระบวนการการทำคดี ทั้งที่มีพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

ด้าน พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์จันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เผยว่าคดีของนายปัญญา นั้น พนักงานสอบสวนสภ.ป่าตองทำสำนวนสั่งฟ้อง ต่อมาอัยการสั่งไม่ฟ้อง และทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค8 ในตอนนั้นก็เห็นพ้องกับอัยการ คือสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา คดีว่าไปตามกระบวนการของกฎหมาย

ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า  ยืนยันนายปัญญาไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ อาจเป็นคนกว้างขวางในวงการของเขา ลักษณะนักเลง จิ๊กโก๋ หากเป็นผู้มีอิทธิพลก็คงไม่ถูกจับกุมดำเนินคดีตั้งหลายครั้ง เมื่อทำผิดกฎหมายก็ไม่ได้รับการยกเว้นถูกตามจับกุม ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าในปี 2555 นายปัญญาเคยถูกดำเนินคดีฐานทำร้ายผู้อื่น คดีนี้ขึ้นสู่ชั้นศาล ศาลลงโทษจำคุก 1ปี แต่ให้รอลงอาญา เคยถูกดำเนินคดีฐานเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีค้าสิ่งของผิดกฎหมายไม่มีลิขสิทธิ์ ก็ถูกเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย ต่อมาคดีฆ่าผู้อื่นในปี 2560 พนักงานสอบสวนก็ส่งสำนวนสั่งฟ้องไป คดีก็ดำเนินต่อไปตามกระบวนการ