หน้าแรก ในประเทศ พายุเบบินคา-น...

พายุเบบินคา-น้ำจากเขื่อนไหลท่วมหลายพื้นที่ ชาวบ้านเร่งขนทรัพย์สินหนีจ้าละหวั่น

19.08.18 | 11:31 น.

จากสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ที่ใกล้เต็มความจุระดับกักเก็บ จึงต้องเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำแควน้อยวันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบกับได้รับอิทธิพลของพายุ “เบบินคา” จึงส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำแควน้อยเพิ่มระดับสูงขึ้นจนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 19 สิงหาคม พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 (ผบ.ร.29) ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กรมทหารราบที่ 29 (ผอ.ศบภ.ร.29) ได้จัดกำลัง ชป.บรรเทาสาธารณภัย จาก ศบภ.29 พัน 1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ได้เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่บริเวณท่าน้ำปากแซง หมู่ 3 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ด้วยการเร่งช่วยกันขนย้ายทรัพย์ขึ้นไปอยู่ที่สูง


นายวุฒิเดช ก้อนทองคำ ชาว อ.ไทรโยค เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาฝนจากพายุเบบินคา ได้ตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อนวชิราลงกรณวันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณเดียวกัน จำนวน 6 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ซึ่งระหว่างนั้นทุกคนจำเป็นจะต้องดูแลความปลอดภัยของครอบครัวตัวเอง พร้อมทำการสับคัทเอาท์ลง แล้วใช้เทียนส่องสว่างแทน จนถึงเวลานี้ปริมาณน้ำที่เอ่อล้นขึ้นมายังทรงตัว และไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง

Advertisement

ทั้งนี้เมื่อประมาณปี พ.ศ.2554 และปี 2556 เคยเกิดสถานการณ์น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมสูงประมาณ 1 เมตร และในช่วงเวลาเพียง 2 วัน ก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลการระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ ทราบว่าจะมีการระบายน้ำวันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตรไปจันถึงวันที่ 22 ส.ค.จากนั้นวันที่ 23-27 ส.ค.ทางเขื่อนได้แจ้งเตือนว่าจะเพิ่มการระบายน้ำเป็น 53 ล้านลูกบาศก์เมตร

โดยระบายน้ำผ่านระบบปกติ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายผ่านระบบน้ำล้น หรือสปิลเวย์อีก 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นเชื่อว่าหลังจากนี้ไปท่าน้ำปากแซงที่ชาวบ้านอาศัยอยู่จะมีระดับน้ำเอ่อล้นเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะนอกจากปริมาณน้ำจากเขื่อนจะเพิ่มขึ้นแล้วยังมีพายุ เบบินคา เข้ามาอีก ทุกครัวเรือนที่อยู่ริมน้ำจึงจำเป็นจะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ส่วนทรัพย์ที่ย้ายออกไป คงต้องรอจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ จึงจะขนย้ายกลับมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในลำน้ำแควน้อยตลอดทั้งสาย เริ่มมีปริมาณน้ำเอ่อล้นเพิ่มสูงขึ้น โดยสมาชิกกลุ่มไลน์เขื่อนวชิราลงกรณ โดยเฉพาะผู้ประการการโรงแรม รีสอร์ท แพพัก แพล่อง ที่อยู่สองฟากฝั่งลำน้ำ ได้ถ่ายคลิปถ่ายภาพนิ่ง รายงานสถานการณ์ส่งเข้าไปในไลน์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำของแต่ละจุดได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้ประกอบการทุกราย ต่างมีความตื่นตัว แต่ไม่ได้ตื่นตระหนก เพราะทุกคนต่างเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้