เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา ชาวฟินแลนด์ ร้องเรียนต่อกองปราบฯ หลังถูกหลอกให้โอนเงินสกุลดิจิตอลมูลค่า 797 ล้านบาทว่าหลังพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก 8 รายมาสอบปากคำ ซึ่งแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกพนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานชัดเจนและแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายปริญญา จารวิจิต นายธนสิทธิ์ จารวิจิต น้องชายของนายปริญญา นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม ดารานักแสดงหนุ่ม นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เจ้าพ่อตลาดหุ้นเมืองไทย และนายชาคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท เอ็กเปย์ จำกัด โดยจะมีการนัดหมายให้มาสอบปากคำในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 10.00 น.
และกลุ่มที่สอง 3 คน เป็นกลุ่มที่จะต้องเรียกมาสอบปากคำก่อนซึ่งอาจมีความผิดเข้าข่ายการฟอกเงิน คือ นางเลิศฉัตรกมล และนายสุวิทย์ จารวิจิตร พ่อแม่ของนายนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม ที่รับโอนเงินเข้าบัญชี 90 ล้านบาท ให้เข้ามาให้ปากคำในวันที่ 27 สิงหาคม และนายธรรมนัส พรหมเผ่า หรืออดีตฉายา “ผู้กองมนัส” ที่รับโอนหุ้นจากพี่ชายบูม จะต้องชี้แจงที่มาของทรัพย์สินและหุ้นว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ในวันที่ 28 สิงหาคม หากไม่สามารถชี้แจงได้ ก็จะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน
พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า ทราบมาว่านายธนสิทธิ์ติดต่อเข้ามาขอเลื่อนการพบพนักงานสอบสวนโดยอ้างว่ารอให้นายปริญญากลับมาก่อน และพ่อแม่ก็สุขภาพไม่ค่อยดี แต่พนักงานสอบสวนก็ชี้แจงไปแล้วว่า การเข้ามาตามหมายเป็นการดีที่สุดต่อตัวผู้ต้องหาเอง ทำให้นายธนสิทธิ์ยืนยันว่าจะเข้ามาให้ปากคำตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนของกองปราบ
ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ต้องหาตามหมายเรียกรายอื่นนั้น ทราบแล้วว่านายประสิทธิ์จะแถลงข่าวในวันจันทร์นี้ (20 สิงหาคม) แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ก็ยังยืนยันว่านายประสิทธิ์จะต้องเข้ามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในวันที่ 29 สิงหาคม นอกจากนี้ ก็เชื่อว่าทุกคนรวมถึงนายธรรมนัส และพ่อแม่ของตระกูลจารวิจิต จะต้องเข้ามาพบกับพนักงานสอบสวนตามวันที่กำหนดไว้แล้วอย่างแน่นอน ซึ่งนอกจากนายธนสิทธิ์แล้วก็ยังไม่พบว่ามีใครติดต่อเข้ามาเพื่อขอเลื่อนการพบพนักงานสอบสวนอีก ส่วนนายปริญญาจะเข้ามาหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวของนายปริญญาเอง ซึ่งยืนยันว่ากองปราบจะยึดตามกำหนดการณ์เดิม

