หน้าแรก ในประเทศ ป้าใจเด็ด! ขี...

ป้าใจเด็ด! ขี่จยย.ไล่ตามคนขโมยถังเผาถ่าน จนคนร้ายล้อพ่วงยางแตกหนีไม่รอด

19.08.18 | 14:53 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 สิงหาคม พ.ต.ท.ยันต์ยงค์ นามโคตร สว.(สอบสวน)สภ.เมืองยโสธร รับแจ้งเหตุหญิงวัยกลางคนขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามคนร้ายขโมยถังขนาด 200 ลิตร ใช้สำหรับเผาถ่าน บริเวณถนนแจ้งสนิท ปากทางเข้าบ้านพลับ ต.ขั้นได่ใหญ่ อ.เมืองยโสธร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.วรวุฒิ ท่านมุข สว.สส.สภ.เมืองยโสธร และ ร.ต.อ.จิตฐพล ธิมาชัย รอง สวป.สภ.เมืองยโสธร

ที่เกิดเหตุเป็นปากทางเข้าหมู่บ้านพบนางพิชญาภัค พรมบุตร อายุ 53 ปี อาชีพทำสวน ยืนอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวนายปรีชา หลอดแก้ว อายุ 43 ปี ใกล้กันยังพบล้อเข็น สภาพเก่าล้อข้างซ้ายหลุด บนล้อเข็นพบเศษเหล็กจำนวนมาก

นางพิชญาภัคกล่าวว่า ช่วงสายวันนี้ตนทำงานอยู่ท้ายสวน ได้เห็นคนร้ายขี่รถจักยานยนต์นั่งมาด้วยกัน 2 คนพร้อมกับมีล้อพ่วงข้างหลังมาด้วย เดินเข้ามาขโมยถังเหล็กที่ใช้เผาถ่านขนาด 200 ลิตร ที่ตนว่างไว้ในบริเวณบ้าน โดยตนได้รีบวิ่งของไปหาชายดังกล่าวบอกให้เอาถังตนคืนมา ซึ่งชายคนดังกล่าวรีบคืนให้ตนและรีบขึ้นจักรยานยนต์ขี่หนีไป เเต่ไม่พอใจมากเนื่องจากสิ่งของเครื่องใช้ตนได้ถูกขโมยเป็นประจำ จึงรีบขึ้นรถจักรยานยนต์ของตนเองเพื่อขับตามคนร้ายดังกล่าวไปตามถนนแจ้งสนิท มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองยโสธร พร้อมทั้งตะโกนตลอดทางให้จอดรถเดียวนี้

กระทั่งมาถึงปากทางเข้าหน้าบ้านพลับ เป็นระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร ล้อพ่วงของคนร้ายได้เกินหลุดไป 1 ข้าง ทำให้ไปต่อไม่ได้ จากนั้นตนจึงรีบลงจากรถเพื่อจะต่อว่าแต่คนร้ายอีก 1 คนที่ขับรถจักยานยนต์ได้ขับรถออกหนีไปอย่าวรวดเร็ว และทิ้งให้นายปรีชาคนร้ายอีกหนึ่งอยู่กับล้อเข็นที่หลบหนีไปไหนไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตนจะไม่ยอมความแน่นอนเนื่องจากอยากทำให้คนร้ายรู้สำนึกผิดบ้าง ถึงจะเป็นของราคาไม่สูงมาก แต่ก็ใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินมาตลอด

นายปรีชา คนก่อเหตุให้การว่าตนเคยติดคุกมาแล้ว 12 ครั้งในคดีเสพสารเสพติด กระทั่งออกมาจึงมีอาชีพหาของเก่า เพื่อนำเงินมากินเหล้า โดยเมื่อเช้าตนกับเพื่อนตระเวนหาของเก่าจนกระทั่งไปพบถังดังกล่าวที่บ้าน จึงรีบเข้าไปเอามาไว้บนรถเข็นสองล้อ ก่อนจะมีเจ้าของบ้านมาพบ ตนจึงรีบนำถังดังกล่าวลงมาว่างไว้หน้าบ้านก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์พร้อมกับพ่วงรถเข็นคันดังกล่าวออกจากที่เกิดเหตุ กระทั่งมารู้ว่ามีรถของของนางพิชญาภัค ตามมาตลอด จนกระทั่งรถเข็นของตนล้อหลุดจนไปต่อไม่ได้ ส่วนเพื่อนสนิทที่มาด้วยได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยตนได้คืนถังไปแล้วจึงคิดว่าไม่เป็นความผิด

Advertisement

พ.ต.ท.ยันต์ยงค์กล่าวว่า คดีดังกล่าวผู้ก่อเหตุได้กระทำผิดไปแล้วส่วนผู้เสียหายยังติดใจเข้าความ ดังนั้นต้องนำตัวนายปรีชา ผู้ก่อเหตุไปไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป