จากกรณีที่มีประชาชนร้องเรียนผ่านทางเฟซบุ๊ก พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมาเช่าบ้านย่านใจกลางเมืองเพื่อจัดปาร์ตี้ โดยจะเปิดบริการทั้งวันทั้งคืนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ต่อมาตำรวจท่องเที่ยวพร้อมตำรวจ 191 ตำรวจ บก.น.4 ตำรวจ สน.วังทองหลางกว่า 30 นายได้บุกทลายปาร์ตี้ยาเสพติด บริเวณบ้านเลขที่ 290/173 ภายในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ซ.ประดิษฐ์มนูธรรม ซ.3 เลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ สามารถจับกุมผู้ต้องหา 28 คน พร้อมของกลางยาอี 177.5 เม็ด ยาไฟว์ไฟว์ 289 เม็ด กัญชา 256.23 กรัม ยาเคตามีน 11.19 กรัม ยาเคตามีน ชนิดเกล็ด 13 ถุง ยาโพบาซิแพม 7 เม็ด เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.อ.ศุภชัย หมื่นอักษร พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ได้ควบคุมตัวนายจิตวุฒิ เฉยเจริญ อายุ 27 ปี หรือ “เมล เทคมีเอ้าท์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 8” นักโปรแกรมเมอร์ชื่อดัง กับพวกชายและหญิง อายุระหว่าง 22-38 ปี เป็นชาย 17 คน หญิง 11 คน รวม 28 คน ผู้ต้องหาคดีมียาอี คีตามีน ยาไฟว์ไฟว์ และกัญชา ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 1, ประเภท 5 และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (ยาไฟว์ไฟว์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและเพื่อจำหน่าย มาขออำนาจฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 20-31 สิงหาคม 2561 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานอีก 7 ปาก และรอผลตรวจพิสูจน์ของกลาง จากกองพิสูจน์หลักฐานกับผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร รวมทั้งพยานหลักฐานอื่นๆ ประกอบ โดยพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ากลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาภายในบ้านพัก เลขที่ 290/173 ภายในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ซ.ประดิษฐ์มนูธรรม 3 เลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ จึงได้วางแผนเพื่อจับกุมหลังได้หมายค้นจากศาลอาญา เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ก็ได้แสดงตัวเรียกให้ผู้อยู่ในบ้านออกมาเปิดประตู ซึ่งต่อมานายธีรพงษ์ กุลวงศ์ หรือปั๊ม อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาที่ 28 แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงขอตรวจค้นตัวและตรวจค้นภายในบ้าน โดยพบผู้ต้องหาทั้งหมดที่บริเวณชั้น 1, ชั้น 2 และในห้องนอนเล็กชั้น 3 โดยพบของกลางยาเสพติดที่ชั้น 2 และชั้น 3 ของบ้าน
ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.4 และ สน.วังทองหลาง จึงร่วมกันจับกุมนายจิตวุฒิ เฉยเจริญ ชาวกรุงเทพฯ ผู้ต้องหาที่ 26 และ น.ส.กมลชนก เขมา ชาวสมุทรปราการ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาอื่นทั้งหมด 28 ราย จากที่บ้านพัก พร้อมของกลาง ซึ่งเป็นยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทรวม 30 รายการ ซึ่งเป็นยาอี ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 1 จำนวน 185 เม็ดครึ่ง รวมราคา 83,250 บาท, กัญชา ยาเสพติดประเภท 5 น้ำหนักรวม 250.039 กรัม ราคา 2,500 บาท, คีตามีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 น้ำหนัก 14.293 กรัม ราคา 11,700 บาท, อีริมินไฟว์ (หรือยาไฟว์ไฟว์) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 จำนวน 290 เม็ด ราคา 52,200 บาท กับเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล 1 รายการ, กระเป๋าสะพายและกระเป๋าสตางค์ จำนวน 6 รายการ และได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดเบื้องต้น ซึ่งตัวอย่างปัสสาวะของผู้ต้องหาที่ 1, 9, 27 ผลตรวจไม่พบสารเสพติดปะปน
ต่อมาจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 2-8, 10-17, 19-22, 24-26 (นายจิตวุฒิ ผู้ต้องหาที่ 26), 28 รวม 23 ราย ฐานร่วมกันมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย, ร่วมกันขายคีตามีนโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีอีริมินไฟว์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, เสพยาอีโดยผิดกฎหมาย รวม 5 ข้อหา อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7(1)(5), 15 วรรคสาม(2), 26 วรรคแรก, 57, 66 วรรคสาม, 76 วรรคแรก, 91, 102, พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 4, 7(1)(ข), 16 วรรคแรก, 88 วรรคแรกและวรรคสาม, 118, 140 วรรคแรก, 157 กล่าวหา น.ส.กมลชนก ผู้ต้องหาที่ 1, 9, 27 ฐานร่วมกันมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย, ร่วมกันมีคีตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขาย, ร่วมกันมีอีริมินไฟว์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย รวม 4 ข้อหา อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7(1)(5), 15 วรรคสาม(2), 26 วรรคแรก, 66 วรรคสาม, 76 วรรคแรก, 102, พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 4, 7(1)(ข), 16 วรรคแรก, 88 วรรคแรกและวรรคสาม, 118, 140 วรรคแรก, 157
กล่าวหานายยศกร เด่นชูวงศ์ อายุ 22 ปี ชาวกรุงเทพฯ ผู้ต้องหาที่ 18 ฐานร่วมกันมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย, ร่วมกันขายคีตามีนโดยผิดกฎหมาย, มีคีตามีนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีอีริมินไฟว์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย รวม 6 ข้อหา อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7(1)(5), 15 วรรคสาม(2), 26 วรรคแรก, 66 วรรคสาม, 76 วรรคแรก, 102, พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 4, 7(1)(ข), 16 วรรคแรก, 88 วรรคแรกและวรรคสาม, 118, 140 วรรคแรก, 157
กล่าวหานายเฉลิมชัย หวังโสภารักษ์ อายุ 24 ปี ชาวกรุงเทพฯ ผู้ต้องหาที่ 23 ฐานร่วมกันมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันขายคีตามีนโดยผิดกฎหมาย, ร่วมมีอีริมินไฟว์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีอีริมินไฟว์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย รวม 6 ข้อหา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 28 รายส่งพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมาอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7(1)(5), 15 วรรคสาม(2), 26 วรรคแรก, 57, 66 วรรคสาม, 76 วรรคแรก, 102, พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 4, 7(1)(ข), 16 วรรคแรก, 88 วรรคแรกและวรรคสาม, 118, 140 วรรคแรก, 157
โดยในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 2-8, 11-26, 28 ให้การรับสารภาพข้อกล่าวหา เสพยาอีโดยผิดกฎหมาย, แต่ให้การปฏิเสธในข้อหาร่วมกันมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันขายคีตามีนโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีอีริมินไฟว์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ขณะที่ผู้ต้องหาที่ 1, 9, 27 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ทั้ง 4 ข้อหา, ผู้ต้องหาที่ 10 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาทั้ง 5 ข้อหา ส่วนผู้ต้องหาที่ 18 ให้การรับสารภาพเฉพาะ 2 ข้อหา คือ มีคีตามีนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย กับเสพยาอีโดยผิดกฎหมาย แต่ให้การปฏิเสธข้อหาร่วมกันมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันขายคีตามีนโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีอีริมินไฟว์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ขณะที่ผู้ต้องหาที่ 23 ให้การรับสารภาพเฉพาะ 2 ข้อหา คือ มีอีริมินไฟว์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาอีโดยผิดกฎหมาย แต่ให้การปฏิเสธข้อหาร่วมกันมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันขายคีตามีนโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีอีริมินไฟว์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
ศาลพิจารณาและสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมดแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ขณะที่ผู้ต้องหาเตรียมหาหลักทรัพย์ไว้รายละประมาณ 2 แสนบาท เพื่อรอยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขังนี้
ซึ่งระหว่างการฝากขัง ในช่วงบ่ายวันนี้ก็มีเพื่อน ญาติ และบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องหากว่า 10 รายเดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจ
ต่อมาเวลา 18.15 น. ศาลพิจารณาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้ง 28 คน มีประกันตัว โดยตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท พร้อมกำหนดให้ผู้ต้องหาชาย-หญิงทุกคนติดกำไล EM (กำไลข้อเท้า) และหากผู้ต้องหากระทำการใดที่ผิดเงื่อนไขศาลจะพิจารณาออกหมายจับและปรับนายประกันคนละ 500,000 บาท
ทั้งนี้สำหรับการติดกำไล EM นั้น ศาลจะเริ่มทยอยติดกำไลให้กับผู้ต้องหาทั้ง 28 คน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (21 ส.ค.)

