จิตแพทย์วอนสังคมอย่าดราม่าปมจิตเวช เผยมีเซ็กซ์กับสัตว์ต้องรับการบำบัด

21.08.18 | 16:38 น.

เมี่อวันที่ 21 สิงหาคม  นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต  กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์โรคไบโพล่าร์ว่า โรคไบโพล่าร์ เกิดจากยีน หรือพันธุกรรมที่ผิดปกติ  ทำให้การควบคุมอารมณ์ผิดปกติ โดยจะมีอาการฟุ้ง หรือซึมเศร้า  สลับกันในเวลาโรคกำเริบ อาการเป็นสักระยะหนึ่งประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยอาการซึมเศร้า รุนแรง อาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย  แต่มีเปอร์เซนต์น้อยมาก ส่วนภาวะฟุ้งรุนแรงก็อาจทำให้รุนแรงหัวใจวาย ซึ่งก็มีเปอร์เซนต์น้อยมากเช่นกัน   ความผิดปกติจากภาวะ ไบโพล่าร์จะสังเกตได้จากมีพฤติกรรมในชีวิตประจำวันผิดไปจากเดิม เช่น พูดมากผิดปกติจากเป็นคนพูดน้อย ก็ว้าวุ่น คิดไม่ตก ควบคุมอารมณ์ไม่ได้

นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า อัตราการป่วยไบโพล่าร์พบได้ร้อยละ 1 ของประชากรวัยทำงาน การรักษาโรคต้องอาศัยการทำความเข้าใจระหว่างญาติและผู้ป่วยต้องเข้าใจว่าขณะที่เกิดอาการโรคกำเริบญาติจะต้องเร่งพารักษาทันที  เพราะไม่เช่นนั้นอาการอาจรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยอาการจะแสดงปรากฏชัดหลังผ่านไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้การรักษาจะต้องให้ยาร่วมกับการปรับพฤติกรรม เพื่อควบคุมโรค

เมื่อถามถึงกรณีการทำร้ายร่างกายพนักงานขายโทรศัพท์มือถือและอ้างป่วยไบโพล่าร์นั้น นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า  เรื่องนี้เป็นเรื่องของความเจ็บป่วย     ส่วนกรณีการอ้างเจ็บป่วย เพื่อเลี่ยงความผิดทางกฎหมาย ก็ต้องมาดูข้อเท็จจริง  เป็นดุลยพินิจของศาลในการดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีการมีเพศสัมพันธ์หรือมีเซ็กซ์กับสัตว์ถือว่าป่วยจิตเวชหรือไม่  นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า กรณีข่าวมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์เป็นการแสดงออกถึงพฤติกรรมทางเพศที่มีความเห็นผิดไปจากปกติ  จากการมีสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง กลายเป็นสัตว์แทน   ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องเหล่านี้กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ต้องรับการบำบัดรักษา ดังนั้น จึงไม่อยากให้เป็นเรื่องดราม่าในสังคม