เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ตาม “โครงการไทยนิทยม ยั่งยืน” ของกรุงเทพมหานคร ว่า ผลจากพิจารณาอนุมัติโครงการของคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ระดับเขต ล่าสุด ได้พิจารณาอนุมัติโครงการและค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการชุมชน จำนวน 1,577 ชุมชน จาก 2,057 ชุมชน และ 480 ชุมชน ไม่ประสงค์ของบประมาณ ทั้งนี้ พบมีโครงการที่ผ่านการพิจารณา 2,245 โครงการ โดยมีงบประมาณที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติ รวม 279,750,700 บาท อีกทั้ง ปัจจุบันยังมีชุมชน จำนวน 179 ชุมชน ขอเสนอโครงการอีก จำนวน 301 โครงการและมีบางส่วนอยู่ระหว่างเสนอโครงการเพิ่มเติม ทำให้ กทม.ต้องทำเรื่องเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อขอขยายเวลาดำเนินโครงการจากกำหนดต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนเป็นเดือนธันวาคม พร้อมปรับกรอบให้คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ระดับเขต พิจารณาโครงการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน โดยมท.จะเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติเรื่องดังกล่าว

ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์
นางศิลปสวย กล่าวว่า ขณะเดียวกัน เมื่อไม่นานมานี้ ยังร่วมลงพื้นที่ติดตามโครงการในพื้นที่เขตดุสิต เขตราชเทวีและเขตพญาไท ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับ ติดตามและประเมินผล ประกอบด้วย 1.ชุมชนบ้านพัก ขส.ทบ.สะพานแดง ปรับภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางให้เป็นพื้นที่สาธารณะและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชน 2.ชุมชนหลังกรมทางหลวง ปรับปรุงศูนย์การเรียนรู้และโครงการส่งเสริมกิจกรรมชุมชน โดยต่อเติมอาคาร และ 3.ชุมชนสนามเป้ส ปรับปรุงซ่อมแซมสวนสุขภาพและจัดหาเครื่องออกกำลังกาย โดยภาพรวมพบชุมชนนำงบประมาณที่ได้รับไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและเห็นผลเป็นรูปธรรม ขณะนี้ชุมชนที่ได้รับงบไปแล้วอยู่ระหว่างดำเนินการ แบ่งออกเป็นด้านสาธารณะประโยชน์อื่น ร้อยละ 77.64 ด้านสังคม ร้อยละ 14.12 ด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 5.79 และด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 2.45 ตามลำดับ


“ชุมชุมในพื้นที่กรุงเทพฯ แตกต่างและมีข้อจำกัดในพื้นที่อื่น เนื่องจากความต้องการของชุมชนเขตเมืองไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดโครงการ อาทิ ไม่สามารถจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ติดตั้งในพื้นที่ชุมชนได้ การขออนุญาตเจ้าของพื้นที่ดำเนินการต้องได้รับการยินยอมใช้พื้นที่ดำเนินโครงการ ยกเว้นพื้นที่สาธารณะ เป็นต้น ทำให้คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ระดับเขตต้องลงพื้นที่เพื่อให้ชุมชนปรับเปลี่ยนโครงการ” รองปลัด กทม. กล่าว
นางศิลปสวย กล่าวถึงกระแสข่าวโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ถูกจับตาว่าเป็นโครงการหาเสียงของรัฐบาล หรือไม่นั้น ว่า ความเห็นส่วนตัวไม่ได้มองด้านการเมือง แต่มองว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี ทำให้ชุมชนสะท้อนถึงต้องการแท้จริงได้ เกิดพัฒนาและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม บางโครงการสามารถต่อยอดให้ยั่งยืนได้ ทำให้ชุมชนมีโอกาสพัฒนาชุมชนที่ไม่เคยได้รับมาก่อน โดยมีส่วนร่วมกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานท้องถิ่นดำเนินการ อีกทั้ง ยังมีการติดตามผล ระบบตรวจสอบเงินที่ได้รับอย่างโปร่งใส โดยชุมชนจะได้รับเงินชุมชนละ 200,000 บาท หากเงินเหลือจำเป็นต้องส่งคืนทั้งหมด

