อดไม่ได้ที่จะต้องกล่าวถึง เพราะท่วงท่าลีลาท่านเหมือนแรงดึงดูดของโลก มีอิทธิพลเชื้อเชิญให้ผู้คนต้องกล่าวขวัญถึง
ในการประชุม ครม.สัญจรที่ชุมพร ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน มีหรือที่ “ฯพณฯ” จะไม่อวดโอ่พร้อมกับเหยียบย่ำบุคคลที่สามตามสไตล์ จนเป็นเหตุให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯด้านเศรษฐกิจสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก
ความโดยสังเขปว่า การพัฒนาระนองมีหลายเรื่อง แต่หนึ่งในนั้นคือถนน 4 เลนตลอดสาย เพื่อใช้ส่งสินค้าและการท่องเที่ยว เคยบรรจุเอาไว้ใน พ.ร.บ.สองล้านล้าน ว่าต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามกำหนด แต่รัฐบาลชุดก่อนอยู่แค่ปีกว่า มาบัดนี้ อยากถามหัวหน้า คสช.ว่า อยู่มากว่า 4 ปีแล้ว ได้ทำอะไรให้ระนองและประเทศ ยังจะมีหน้ามาพูดจากำกวม เอาดีใส่ตัว โยนชั่วให้รัฐบาลก่อนอีกหรือ
เหมือนหมัดหนักๆ ที่ทิ่มเข้าตรงปลายคาง!
บางทีไม่ได้มีเรื่องอะไรแหลมๆ แต่ด้วยความที่ “จิตแกว่ง” อยู่ไม่สุข ปากพาไปจนเกิดประเด็นร้อนได้ไม่เว้นแต่ละวัน
คล้ายๆ กับว่า ถ้าได้พูดถมคนอื่นแล้วรู้สึกว่าที่ตัวเองยืนอยู่จะสูงขึ้น
สุภาษิตไทยเรียกพฤติการณ์เช่นนั้นว่า “ข้ามคนล้ม”
การข้ามคนล้มในสังคมไทยดูไม่น่าชื่นชม ใครจะตกต่ำ ลำบาก หรือหมดสิ้นอำนาจวาสนา คนไทยจะไม่ลบหลู่ดูถูกหมิ่นหยาม เพราะเชื่อในเรื่อง “ความไม่เที่ยง” ของสรรพสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไปในเวลาอันจำกัด
ผู้มีวุฒิภาวะจะไม่เหยียบย่ำซ้ำเติมเพื่อความสะใจเป็นอันขาด เพราะถือว่า “กรรมใครกรรมมัน”
ผู้มีคุณวุฒิ-วัยวุฒิ ซึ่งหมายถึงการมีความรู้ มีประสบการณ์ และมีความอาวุโสจึงไม่พูดเล่นๆ ไม่พูดแขวะ พูดเลอะเทอะ พูดไม่รับผิดชอบ หรือพูดไม่สร้างสรรค์
คำพูดที่ไม่ดี มีแต่จะนำมาซึ่งความเสื่อม
เหมือน “ปลาหมอ” ที่ชอบพ่นน้ำขึ้นสู่ผิวน้ำปุดๆ เมื่อคนเห็นก็จะโยนเบ็ดพร้อมเหยื่อลงไปตรงนั้น
ที่สุด “ปลาหมอ” ก็จะตาย-ด้วยเหตุที่ไม่ใช้สมอง!?!!

