โรงฆ่าสัตว์ กทม.พลิกโฉม วงการเนื้อไทย

23.08.18 | 12:35 น.

หลัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง หรือ “บิ๊กวิน” เข้ามาดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมประกาศนโยบายเร่งรัดแก้ปัญหายืดเยื้อ สางปัญหาค้างคาของอดีตผู้ว่าฯกทม.ทุกสมัย ปัจจุบันหลายปัญหาถูกสะสาง หลายโครงการถูกสานต่อจนแล้วเสร็จ ทั้งแฟลต 2 แท่งที่อ่อนนุช-หนองแขม 700 ห้องถูกทิ้งร้างเป็น 10 ปี อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่ากทม. 2 (ดินแดง) ร้างมา 27 ปี อุโมงค์ระบายน้ำยักษ์คลองบางซื่อ หลาย 10 ปีก่อสร้างไม่เสร็จ ล่าสุด ยังฟื้น “โรงฆ่าสัตว์ กทม.” ถูกปล่อยทิ้งร้างมา 13 ปี ตั้งแต่สมัยนายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าฯกทม. ซึ่งพล.ต.อ.อัศวิน มอบหมายให้ นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม.รับผิดชอบ พร้อมเร่งรัดเปิดใช้งานโดยเร็ว

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักอนามัย จึงเร่งศึกษาเงื่อนไข ทบทวนการบริหารจัดการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติของกทม. ครั้นจะให้บริษัทลูก กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) เข้ามาบริหารก็ถูกปฏิเสธ เพราะเคทีเชี่ยวชาญด้านระบบขนส่งมวลชนมากกว่า ส่วนจะรับมาบริหารเอง สำนักอนามัยขาดทีมงานผู้ชำนาญ และติดขัดระเบียบในการเพิ่มค่าใช้จ่ายบุคลากร งานจึงคืบล่าช้า จนรองผู้ว่าฯกทม.ต้องปรี๊ดใส่และจี้เร่งรัดงานหลายครั้ง

กระทั่ง ท้ายที่สุด กทม.ได้ข้อสรุปว่าให้เอกชนเข้าร่วมบริหารจัดการ ตามพ.ร.บ.ให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ตามรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการที่สำนักอนามัยเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย (มท.) พิจารณาเห็นชอบ ก่อนเปิดให้เอกชนประกวดราคา

Advertisement

เมื่อกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว “มติชน” มีโอกาสตรวจเยี่ยมโรงฆ่าสัตว์ กทม.ร่วมกับทีมผู้บริหาร ซึ่งก่อนหน้านี้พื้นที่ถูกปิด ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้า ขณะนั้น สภาพอาคาร สิ่งปลูกสร้างบางส่วนชำรุดทรุดโทรม กอหญ้าสูงรกรุงรังล้อมพื้นที่ 50 ไร่ ทว่าสภาพเครื่องจักรและอุปกรณ์ภายในใหม่เอี่ยม มีสภาพดี ยังใช้งานได้ ทั้งโรงผลิตโค-กระบือและโรงผลิตสุกร กทม.ทำได้เพียงจ้างยามรักษาทรัพย์สิน แต่หลังข่าวถูกแพร่ออกไปเริ่มมีผู้ประกอบการและบริษัทให้ความสนใจบ้าง

คราวนี้ “มติชน” มีโอกาสลงพื้นที่อีกครั้ง ภายหลังโรงฆ่าสัตว์กทม.ได้เอกชนเข้ามาเช่าบริหาร โดย รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า บริษัท อินชา 786 จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคาและเริ่มเข้ามาบริหารจัดการโรงผลิตโค-กระบือแล้ว กำลังผลิตวันละ 100 ตัว โดยเสนอค่าตอบแทนให้กทม.เดือนละ 532,000 บาท สัญญาเช่า 15 ปี ตอนนี้ได้ปรับปรุงสถานที่และจะทดสอบระบบเครื่องจักร เพื่อขอรับใบจัดตั้งโรงฆ่าสัตว์ (ฆจส.12) และเปิดโรงผลิตเต็มรูปแบบ

ส่วนโรงผลิตสุกร อัตราผลิตวันละ 2,000 ตัว บริษัท กรุงเทพครัวโลก จำกัด เพิ่งชนะการประกวดราคา เสนอค่าเช่าเดือนละ 712,200 บาท สัญญาเช่า 15 ปี อยู่ระหว่างลงนามสัญญาตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง คาดปี 2562 ถึงจะเข้าบริหารจัดการเต็มสูบ โดยเชื่อว่าโรงฆ่าสัตว์กทม.แห่งนี้ ดีที่สุดและทันสมัยกว่าโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่กทม.อีก 12 แห่ง เพราะเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานสากล

รองผู้ว่าฯกทม.ยังแอบเปรยว่า น่าเสียดาย หากโรงฆ่าสัตว์กทม.เปิดเมื่อ 10 ปีก่อนอาจเป็นสุดยอดโรงฆ่าสัตว์ที่มีเนื้อสัตว์ได้มาตรฐานและถูกสุขลักษณะ แต่แม้จะเปิดใช้งานได้ตอนนี้เครื่องมือก็ยังคงความสมัยไม่แพ้โรงฆ่าสัตว์อื่นในกทม.

นายณฐกร สุวรรณธาดา กรรมการบริษัท อินชา 786 จำกัด เผยเหตุตัดสินใจร่วมทุนกับกทม.ว่า บริษัททำธุรกิจเนื้อมาหลายสิบปี ปัจจุบันผลิตเนื้อส่งร้านอาหารชื่อดังในไทย ตัดสินใจเช่าเพราะต้องการให้คนกรุงเทพฯ บริโภคเนื้อดีอย่างถูกสุขอนามัย ทางบริษัทฯ มีความพยายามเจรจากับสหกรณ์เนื้อหลายแห่งเพื่อนำเข้าโคสายพันธุ์ต่างประเทศมาผสมเทียมกับพันธุ์โคไทย พัฒนาเนื้อให้ได้คุณภาพ ซึ่งปัจจุบันโคสายพันธุ์ไทยแท้แทบจะไม่มีแล้วในปัจจุบัน ต่อมามองเห็นความพร้อมและศักยภาพโรงฆ่าสัตว์ที่มีเครื่องมือทันสมัย สามารถพัฒนาการผลิตสู่ระดับสากลได้

 

ปัจจุบัน ทางบริษัทปรับปรุงเครื่องจักรเสร็จแล้ว ยังเหลือทดลองระบบที่จะเริ่มภายในเดือนนี้ สิ่งที่การันตีความเป็นสากล เริ่มตั้งแต่บ่อฆ่าเชื้อตั้งอยู่ทุกจุดก่อนเดินเข้าภายในโรงเชือด ต่อมาเป็นสถานที่พักสัตว์ก่อนเข้าสู่การชำแหละ โดยจะนำสัตว์มาพักก่อน 12 ชั่วโมงเพื่อลดความเครียด ก่อนปล่อยเข้าสู่คอกที่มีรั้วกั้นเป็นทางโค้ง เพื่อลดการนั่ง โดยมีแผ่นยางคลุมตัวสัตว์ป้องกันเนื้อช้ำและมีตำหนิ จากนั้นทำความสะอาดสัตว์และให้ดื่มน้ำก่อนเชือด ลมยาสลบสัตว์และจะจบชีวิตสัตว์ด้วยการเชือดเพียงครั้งเดียว ต่อมาจะเข้าสู่การชำแหละเนื้อตามขั้นตอน เนื้อจะถูกดึงขึ้นรอกและเคลื่อนตามสายผลิตสู่การแยกชิ้นส่วนของเนื้อตามห้องพักเนื้อที่มีอุณหภูมิติดลบ ส่วนชิ้นใดตรวจพบการติดเชื้อเนื้อจะถูกทำลายซากทั้งหมด จะไม่ส่งขายสู่ท้องตลาดเหมือนกันโรงฆ่าสัตว์ทั่วไปเพื่อรักษาคุณภาพเนื้อตามหลักสากล นั่นคือศักยภาพเครื่องจักรที่มีอยู่แล้ว

“หากเปิดใช้งานโรงฆ่าสัตว์ได้เต็มรูปแบบ แน่นอนว่าจะผลิตเนื้อเพื่อขายให้คนกรุงก่อนเป็นหลัก ยังมีแนวคิดจะเปิดร้านซูเปอร์มาร์เก็ตเนื้อและร้านขายเนื้อเพื่อคนไทย ในราคาถูกและเนื้อมีคุณภาพดี เพื่อพลิกวงการเนื้อไทย” เขา กล่าว

เหลือเพียงกทม.กล้าจุดประกายสะสางเรื่องเล็ก จะทำให้ภาพเห็นภาพใหญ่ที่โรงฆ่าสัตว์ถูกปิดตาย 13 ปีไปไกลได้มากกว่านั้น ต่อไปลุ้นเพียงว่าจะคนกรุงจะได้กินเนื้อเกรดดี ราคาถูก หรือไม่…