เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2บก.ป. พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายประพันธ์ แสนทวีสุข อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137 หมู่ 8 ต.หนองน้ำใส อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.97/2560 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ในข้อหาในข้อหายักยอกทรัพย์ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่สำนักสงฆ์ภูโปร่งตาลาด หมู่ที่ 8 ต.ระเริง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
สืบเนื่องจากนายประพันธ์ ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งบวชเป็นพระที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่จ.สมุทรสงคราม ตั้งแต่ปี 2530 ก่อนจะย้ายมาจำวัดอยู่ที่สำนักสงฆ์ สุขอารีย์ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เมื่อประมาณปี 2556 แต่กลับมีพฤติกรรมชอบหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนโดยอาศัยว่าตนเองมีความรู้เกี่ยวกับพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังต่างๆและเป็นพระที่บวชเรียนมานานหลานพรรษาจนชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ออกอุบายจัดทำวัตถุมงคลหลอก พระหนังเสือ จำหน่ายให้แก่ข้าราชการตำรวจ ทหาร และผู้มีจิตศรัทธา จนมีผู้หลงเชื่อเสียหายประมาณ 2,000,000 บาท กระทั่งต่อมามีการแจ้งความเอาผิดจนถูกศาลจังหวัดชุมพรออกหมายจับและถูกจับกุมต้องโทษจำคุกเป็นเวลากว่า 1 ปี อย่างไรก็ตามภายหลังจากโทษออกมา ก็ได้กลับมาบวชเป็นพระอีกครั้งที่วัดเดิม แต่กลับยังไม่ทิ้งพฤติกรรมเดิมๆ โดยได้ไปก่อเหตุหลอกลวงให้ผู้เสียหายรายหนึ่งที่นำพระเครื่องเก่าแก่สะสมมาฝากเพื่อให้ช่วยปล่อยเช่าให้กับผู้ที่มีความสนใจเกี่ยวกับพระเครื่อง แต่เมื่อมีการนำพระของผู้เสียหายไปปล่อยเช่าให้กับผู้อื่นแล้วนายประพันธ์กับไม่ยอมนำเงินจากค่าเช่าพระมามอบให้กับเจ้าของพระ เมื่อทวงถามกลับถูกบ่ายเบี่ยงก่อนจะขาดหายการติดต่อไปในที่สุดผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ สภ.เมืองสมุทรสงคราม จนมีการออกหมายจับดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าปัจจุบันได้หลบหนีมาอาศัยอยู่ที่ สำนักสงฆ์ภูโปร่งตาลาด อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จึงได้นำกำลังไปติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวนนายประพันธ์ ให้การรับสารภาพว่าได้เอาพระของผู้เสียหายไปปล่อยเช่าแล้วไม่ได้นำเงินไปมอบให้กับผู้เสียหายจริง นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติยังพบว่านอกจากเคยถูกจับคดีฉ้อโกงประชาชนจากกรณีหลอกจำหน่ายพระหนังเสือแล้วยังเคยมีประวัติ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สลุย จ.ชุมพร จับกุมดำเนินคดีในข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ อีกด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม นำตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



