ด่วน! เกิดเหตุสลด พ่อแท้ๆ คลุ้มคลั่งใช้ปากฉลามขวดเบียร์ปาดคอลูกชาย 5 ขวบดับ

24.08.18 | 08:42 น.

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 24 สิงหาคม ร.ต.ท.ศิริพงษ์ วรรณสัมผัส รอง สว. (สอบสวน) สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุพ่อใช้ขวดปากฉลาม ปาดคอลูกชายเสียชีวิตบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันพีที เยื้องปากซอยพัฒนาการ 78 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ พ.ต.ท.จตุภูมิ มุดซาเคน รอง ผกก.(สอบสวน)สน.ประเวศ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ เจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวชฯ รพ.ตร. และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุบริเวณทางเข้าปั๊มน้ำมันดังกล่าว ที่พื้นหญ้าพบศพเยาวชน ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 5 ขวบ สวมเสื้อยืดลายการ์ตูนสีดำ กางเกงในลายการ์ตูนสีดำ สภาพนอนหงายใบหน้าและตามร่างกายอาบไปด้วยเลือด บริเวณลำคอ มีแผลฉกรรจ์ 1 แผล ถูกของมีคมปาดลึกถึงหลอดลม เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 ชั่วโมง ใกล้กันพบขวดเบียร์แตกเป็นรอยปากฉลาม 1 ชิ้น เปื้อนเลือดตกอยู่ อีกจุดฝั่งตรงข้าม ซอยพัฒนาการ 78 ห่างไปประมาณ 50 เมตร ที่พื้นทางเท้า พบรอยเลือดจำนวนมาก รองเท้านักเรียนหนังสีดำที่ส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง เขียนชื่อด้วย ปากกาลบคำผิด “เวย์ อ.3/1” ที่กองขยะใกล้กันพบขวดเบียร์เปล่า 1 ขวด และชิ้นส่วนเศษขวดเบียร์แตก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในที่เกิดเหตุสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ นายมนตรี (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี เป็นบิดาของเด็ก มีบาดแผลสาหัส จากการใช้ขวดเบียร์ปาดคอตัวเอง เลือดไหลท่วม จึงควบคุมตัวส่งรักษา รพ.สิรินธร

นายสุริยา ชากำนัน อายุ 52 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ซอยอ่อนนุช 64 เขตสวนหลวง ให้การว่า เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เวลาประมาณ 22.00 น. เห็นนายมนตรี อุ้มลูกชายมาเรียกใช้บริการจากซอยอ่อนนุช 66 ให้มาที่ซอยพัฒนาการ 78 บอกว่าจะมาหาเมีย ระหว่างที่ซ้อนท้ายก็พูดพร่ำจะหาเมียตลอดเวลา ซึ่งคิดว่าคุยโทรศัพท์ แต่ชำเลืองมองถึงทราบว่าคุยคนเดียว ส่วนเด็กก็นอนหลับ เมื่อมาถึงซอยพัฒนาการ 78 ก็ไม่บอกจุดลงให้ตนขี่วนอยู่แถวนี้ ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงอุ้มลูกลงริมถนน จึงขอเรียกเก็บเงิน 100 บาท แต่นายมนตรีบอกไม่มีเงิน พร้อมเปิดกระเป๋าสะพายข้างให้ดู ภายในมีเพียงตลับเมตร ตัววัดระดับน้ำ บัตรประชาชนและใบขับขี่ของนายมนตรี ไม่พบเงิน จึงขอเก็บบัตรประชาชนของนายมนตรีไว้ก่อนที่จะขี่จักรยานยนต์กลับวิน

พ.ต.อ.อลงกรณ์เปิดเผยว่า จากการสอบพยานเป็นพนักงานปั๊มดังกล่าว ให้การว่า ช่วงเช้ามืดเห็น นายมนตรีอุ้มลูกชายข้ามถนนมาที่สนามหญ้าหน้าปั๊มร่างกายพ่อลูกเต็มไปด้วยเลือด ทีแรกคิดว่าประสบอุบัติเหตุ แต่เมื่อมองไปที่ถนนทั้ง 2 ฝั่ง ไม่พบรถยนต์คู่กรณี จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ โดยนายมนตรีที่ลำคอมีเลือดไหล นั่งบนพื้นหญ้า และร่างลูกชายนอนอยู่ใกล้กัน กระทั่งทราบว่าพ่อใช้ขวดเบียร์ปาดคอลูกชาย จากการตรวจสอบเบื้องต้น นายมนตรีมีลูกทั้งหมด 3 คน ลูกชาย 2 คน อายุ 11 ขวบ และ 5 ขวบ และลูกสาว อายุ 3 ขวบ หลังจากนี้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนไปตรวจสอบบ้านพักของนายมนตรี ที่ซอยอ่อนนุช 66 พร้อมประสานแม่ของเด็ก และญาติเข้าให้ปากคำ ประวัติข้อมูลของนายมนตรี ถึงสาเหตุที่ก่อเหตุ ซึ่งตอนนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์ เบื้องต้นมีอาการคล้ายคนเมายา จึงให้ทาง รพ.สิรินธร ตรวจหาสารเสพติดในร่างกายต่อไป

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่สน.ประเวศ น.ส.ราณี (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี พี่สาวของนายมนตรี ได้เดินเข้าให้ปากคำกับพ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ นานกว่า 1 ชั่วโมง

Advertisement

น.ส.ธานี กล่าวว่า ตนเป็นพี่สาวของนายมนตรี พอทราบข่าวก็รีบเดินทางหาผู้ก่อเหตุที่โรงพยาบาล ก่อนที่จะเดินเข้าให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายมนตรีกับนางปรางทอง อายุ 34 ปี มารดาของด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 4 ขวบ 11 เดือน ซึ่งเสียชีวิต มีลูกด้วยกัน 3 คน คนแรกเป็นชายอายุ 11 ปี ส่วนคนกลางผู้ชาย(ผู้ตาย) อายุ 4 ปี และ คนเล็กผู้หญิงอายุ 2 ปี ซึ่งภายหลังทั้งคู่ได้หย่าร้างกันมา 3 ปีแล้ว เนื่องจากทางมารดาของนายมนตรีไม่ชอบนางปรางทอง แต่ก็ยังแอบไปมาหาสู่กันตลอด โดยนายมนตรีจะเลี้ยงลูกคนโตและคนกลาง ส่วนคนเล็กนางปรางทองจะเป็นคนเลี้ยง ต่อมาช่วง 2 ปีหลังได้แยกกันอยู่ แต่นายมนตรีก็ยังส่งเงินให้ทางนางปรางทองใช้อยู่เสมอ จนกระทั่งเดือนมิถุนายนนางปรางทองได้หนีไปอยู่ที่จังหวัดชลบุรีกับสามีใหม่ ทำให้นายมนตรีเกิดความเครียดและออกตามหา จนกระทั่งก่อเหตุดังกล่าว

ด้านพ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยความคืบหน้าว่า จากการสอบสวนน.ส.ราณี ซึ่งเป็นป้าของเด็กที่เสียชีวิต แจ้งว่าก่อนหน้านี้แม่ของเด็กได้เลิกรากับน้องขายของตน ไปประมาณ 3 ปี โดยระหว่างนั้นได้มีการติดต่ออยู่เรื่อย นายมนตรีจึงเกิดอาการน้อยใจว่าทำไมต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ภรรยาได้ทอดทิ้งไป ก่อนหน้านี้นายมนตรีเคยพยายามฆ่าตัวตาย ด้วยการใช้เชือกผูกคอตัวเองแต่ลูกๆ 2 คน มาพบก่อน ทั้งนี้นายมนตรีได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. มาที่พัฒนาการ 78 ไม่ทราบว่ามาหาใคร ก่อนจะเดินออกมาจากซอย ต่อมาเวลา 04.40 น. นายมนตรีได้ก่อเหตุขึ้นโดยใช้ขวดเบียร์ปากฉลามปาดคอตัวเองและลูก ผู้ที่ขับขี่ผ่านไปมาได้เห็นเหตุการณ์จึงได้ให้คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเข้ามาช่วย นายมนตรีจึงได้อุ้มลูกชาย มาวางไว้บริเวณหน้าปั้มน้ำมันพีที ทั้งนี้นายมนตรีประกอบอาชีพรับจ้างรายวันเกี่ยวกับงานก่อสร้าง

พ.ต.อ.อลงกรณ์ เปิดเผยต่อว่า จากการตรวจสอบหาสารเสพติดของแพทย์รพ.สิรินธร เบื้องต้นไม่พบสารเสพติดในร่างกาย และไม่พบปริมาณแอลกอฮอร์แต่อย่างใด ส่วนสาเหตุเกิดจากความเครียด ไม่มีเงิน และน้อยใจภรรยา เพราะนายมนตรีพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้งแล้ว ส่วนเด็กชายที่เสียชีวิตเป็นลูกที่นายมนตรีรักมากและเด็กก็ติดพ่อมาก ทั้งนี้นายมนตรีมีบุตร 3 คน ลูกคนเล็กอยู่กับภรรยา ส่วนคนโต และคนกลางซึ่งเสียชีวิต นายมนตรีเป็นคนเลี้ยง นอกจากนี้นายมนตรีไม่มีอาการป่วยแต่อย่างใด ส่วนอาการของนายมนตรีแพทย์แจ้งว่าต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด มีโอกาสเป็นตายเท่ากัน จึงยังไม่สามารถสอบปากคำได้ เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และขณะนี้ทางอดีตภรรยาของผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่างการเดินทางมาจากจ.ชลบุรี

ต่อมาเวลา 16.15 น. ที่สน.ประเวศ นางฉันทนา อายุ 55 ปี มารดาของนางปรางทอง อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นยายของด.ช.เอ กล่าวว่า เลี้ยงมาตั้งแต่ยังแบเบาะ ตนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพ่อแท้ๆ ถึงทำกับลูกได้ จิตใจทำด้วยอะไร ทำไมถึงทำแบบนี้ ตนพยายามขอหลานมาเลี้ยง หลังจากที่พ่อกับแม่แยกทางกัน เพราะลูกสาวของตนโดนนายมนตรีทำร้ายร่างกายตบตีอยู่หลายครั้งจนลูกสาวทนไม่ได้ต้องหนีไปอยู่ที่อื่น แต่นายมนตรีไม่ยอมให้เอาหลานมาเลี้ยง และบอกว่าลูกผม ผมเลี้ยงเองได้ โดยเมื่อ 5 ปีก่อนนายมนตรีเคยพยายามผูกคอฆ่าตัวตายภายในห้องน้ำ แต่ลูกสาวเอะใจ ได้ยินเสียงถังตกในห้องน้ำและห้องน้ำล็อก เลยเอากุญแจไปไขประตูห้องน้ำเข้าไปพบนายมนตรีใช้เชือกผูกคอตัวเองจึงได้ตัดเชือกช่วยชีวิตไว้ได้

นางฉันทนา กล่าวต่อว่า มารดาของนายมนตรีก็ส่งเงินมาให้จากต่างประเทศ เขาบอกว่าลูกสาวของตนขอเงินเขาบ่อยๆ คือลูกสาวเคยขอเงินไปเพียงครั้งเดียวและไม่เคยขออีกเลย โดยนายมนตรีบอกว่าจะโอนเงินไปให้ลูกสาวคนเล็กที่อยู่กับลูกสาวตนที่ชลบุรี นายมนตรีเคยโอนเงินไปให้ลูกสาวจริงๆ เพียงครั้งเดียวจากนั้นก็ไม่ได้โอนเงินให้อีกเลย ตนจึงบอกกับลูกสาวให้เลิกยุ่งกับนายมนตรีเรื่องจะได้จบๆ ไป ทั้งนี้หากนายมนตรีเมาสุราก็จะทำร้ายร่ายกายลูกสาวทุกอย่างที่จะทำได้หลายสิบครั้ง อย่างเช่นตอนที่อยู่ชัยนาทนายมนตรีเคยเอาไม้ฟาดหลังลูก จนทำให้ลูกสาวตนกับนายมนตรีทะเลาะกันอย่างรุนแรง

“มันฆ่าได้แม้กระทั่งลูกในไส้ มันไม่ใช่ 5 ธันวาคมนี้หลานจะ 5 ขวบ ก็ยังอายุน้อย แทนที่มันจะเผายาย แต่ยายกลับต้องไปเผาน้องกล้า” นางฉันทนากล่าว

นางฉันทนา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ลูกชายคนโตอายุ 11 ขวบ ยังไม่รู้ว่าน้องเสียชีวิตแล้ว โดยเมื่อคืนนายมนตรีได้เอาลูกชายไปฝากไว้ที่บ้านเพื่อน ก่อนจะพาหลานคนเสียชีวิตมาที่ปั้มน้ำมัน มันคงเอาขวดเบียร์ที่มันกินเสร็จปาดคอลูก ตนคิดว่ามันคงเรียกลูกเข้าไปหา ลูกคงไม่รู้เรื่องก็เข้าไปหาพ่อ ถ้าเจอหน้านายมนตรีจะถามว่าจิตใจทำด้วยอะไร เมื่อรู้ข่าวตนช็อกยังคิดว่าตัวเองฝันไป ทำไมนายมนตรีไม่ฆ่าตัวเอง ทำไมต้องไปฆ่าหลาน เด็กไปทำอะไรให้ เด็กรู้เรื่องไหม เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่ทำไมไปทำน้องกล้าแบบนี้

“อยากถามมันว่าจิตใจมันทำด้วยอะไร ขนาดสัตว์เดรัจฉานยังรักลูกมันเลย นี่มันเป็นคนแท้ๆ ลูกเด็กก็เรียกมันว่าพ่อ เนี๊ยนะคำที่เรียกว่าพ่อ ทำกับมันอย่างนี้หรอ ทำกับลูกแบบนี้หรอ จิตใจมันยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานขนาดหมายังรักลูกของมันเอง” นางฉันทนากล่าวทั้งน้ำตา

นางฉันทนา ยังกล่าวอีกว่า สาเหตุที่เลิกกันเนื่องจากนายมนตรีติดเหล้า ติดยาเสพติด และมักทำร้ายร่างกายลูกสาวบ่อยครั้งจนทนไม่ไหว จึงเลิกลากันไปด้วยดี และตกลงว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และตลอดเวลานายมนตรีก็ไม่เคยมาง้อขอคืนดี ส่วนเรื่องที่บอกว่าเครียดเรื่องไม่มีเงิน ตนคิดว่าไม่ใช่ เพราะแม่ของนายมนตรีที่อยู่ต่างประเทศก็ยังส่งเงินให้ นายมนตรียังพอแบ่งรับแบ่งสู้ได้ ตนเคยถามนายมนตรีหลายครั้งแล้วว่าให้เอาหลานมาให้ตนเลี้ยงไหม แต่นายมนตรีก็ยืนยันว่าลูกเขา เขาดูแลเองได้ไม่ต้องมายุ่ง ตนก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรเพราะเขาไม่ให้ ส่วนลูกชายคนโตหลังจากนี้คงรับมาอยู่ด้วยคงไม่ให้อยู่ตรงนั้นแล้ว ทั้งนี้ 3-4 วันที่ผ่านมา ตนตื่นมาก็เห็นแต่หน้าหลาน อยากไปเจอหลาน เงินออกสิ้นเดือนนี้ตั้งใจว่าจะไปนอนกับหลานสัก 2 วัน พาหลานไปเที่ยวห้างซีคอนแต่คงไม่ได้พาหลานไปเที่ยวแล้ว

ส่วนการรับศพหลานชาย เบื้องต้นทางนิติเวช ติดต่อมาว่าสามารถมาขอรับศพได้ในวันพรุ่งนี้ คาดว่าจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดขจรศิริ ย่านอ่อนนุช เนื่องจากใกล้บ้านเดินทางสะดวก